ausway sheep placenta แนะนำ รกแกะ และคุณสมบัติพิเศษ สารในรกแกะสามารถซึมซาบ

ausway sheep placenta แนะนำ รกแกะ และคุณสมบัติพิเศษ สารในรกแกะสามารถซึมซาบลึกถึงรูขุมขนได้รวดเร็วและดีเยี่ยม จึงช่วยเพิ่มความนุ่มนวล สดใสสู่ผิวรวมทั้งยังช่วยแก้ไขข้อบกพร่องและริ้วรอยหยาบกร้าน ทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ที่สำคัญยังเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง แพ้ง่าย หรือ Sensitive Skin ผิวคุณจึงดูอ่อนกว่าวัย นุ่มนวลพร้อมช่วยคืนความแข็งแรง และผ่องใสสู่ผิว คุณสมบัติสำคัญของรกแกะเม็ด เสริมสร้างความอ่อนนุ่มคุณสมบัติที่สำคัญของ รกแกะ ช่วยให้กระตุ้นการทำงานสมานเซลล์ผิวอันเกิดจากแผลต่างๆ รวมทั้งแผลเป็นได้อีกด้วย โปรตีนจากรกจึงกลมกลืนเข้ากับร่างกายคนทั่วไปได้และอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิวและทุกคน โปรตีนสกัดจากรกแกะได้ผ่านการค้นคว้า ทดลอง และบันทึกผลิตภัณฑ์รกแกะเติมความละมุนให้กับผิว สัมผัสความอ่อนนุ่มหลังการใช้แค่ 2-3 นาที ขายรกแกะเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับสภาพผิว ช่วยลดอาการบวมบริเวณใต้ดวงตา สร้างความเชื่อมั่นให้กับผิวหน้าอีกครั้ง และปลอดภัยจากสารเคมีที่เป็นพิษ เพราะรกแกะสกัดบริสุทธิ์จากธรรมชาตินุ่มละมุนด้วยโมเลกุลของน้ำ เพื่อช่วยดูดซึมและกระชับผิวให้แข็งแรง โดย มีการรายงานจากประเทศอเมริกา ( USA Cosmetic Ingredient Review safety assessment panel)ว่า ลาโนลินไม่แห้งตึง และช่วยคงความอ่อนเยาว์ที่ช่วยส่งเสริมการ สร้างเซลล์ทดแทนใหม่ และสนับสนุนการสร้างเนื้อเยื่อผิวหนัง คอ และ วัตถุดิบที่มีลาโนลินเกี่ยวข้อง มีความปลอดภัยในการนำไปใช้เฉพาะที่ของมนุษย์น้ำมันจากขนแกะ ใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญ ในผลิตภัณฑ์เพื่อบำรุงผิวมาตั้งแต่สมัยกรีกและอียิปต์ทางการแพทย์พบว่าลาโนลินเป็นน้ำมันธรรมชาติ มอยส์เจอไรเซอร์ที่ช่วยรักษาน้ำหล่อเลี้ยงผิว ปกป้องผิวจากมลภาวะ อากาศแห้งและแสงแดด ช่วยปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื่นลดความหยาบกระด้างของผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณจะเข้าไปช่วยฟื้นฟูและเสริม โปรตีนในชั้นผิว เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว ลดริ้วรอยและปรับสภาพผิวให้เนียนเรียบขึ้น ausway sheep placenta.

ausway sheep placenta
ausway sheep placenta ผลิตภัณฑ์รกแกะจากประเทศออสเตรเลียนั้นถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากรกแกะที่ดีที่สุดในโลก เนื่อง จากสภาพอากาศ และภูมิประเทศซึ่งเป็นหุบ เขา และ ที่ราบสูงนั้นเหมาะยิ่งนักในการ ดูแลแกะแม่พันธ์ชั้น 1จำนวนมากซึ่งจะให้ รกแกะที่มีคุณค่า และ สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ดัง นั้น ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจาก รกแกะ ส่งตรงจาก ออสเตรเลีย ซึ่งทางร้านของเรา ได้คัดสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อคุณ อาทิ Lanopearl , Re-birth , Bio-lanoผลิตภัณฑ์ทั้งหมดใช้ สารสกัดจากรกแกะเป็นต้วหลักนั้น ล้วนแล้วแต่ เป็นผลิตภัณฑ์อันดับ1 ที่มีสูตรครีม ที่มีความเข้มข้นของรกแกะสูงเป็นพิเศษทั้งสิ้น โดยเฉพาะเซรัมนั้นมีความเข้มข้นสูงถึง 100% เต็ม ซึ่งต่างกับในหลาย ๆ แบรนด์ในท้องตลาดเวลานี้พบว่ามีรกแกะเพียงแค่ 10%-25% เท่านั้น (เป็นปริมาณที่น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกัน) ausway sheep placenta
ฉะนั้น ท่านจึงมั่นใจได้ว่า ผิวหน้าของท่านจะได้รับสารอาหารสมบูรณ์เต็มที่ จากผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง โดยเฉพาะผู้ที่มีรอยแผลเป็น รูขุมขนกว้าง หรือเป็นฝ้า กระ หลังจากใช้แล้วผิวหน้าจะดูเรียบเนียนขาวใส ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งผู้ที่มีอายุมาก ใช้แล้วผิวหน้าจะกระชับ เต่งตึง แลดูอ่อนเยาว์กว่าวัยอยู่เสมอ
**ผู้ชายก็ใช้ได้เพราะว่าผู้ชายมักจะมีผิวหน้าหยาบกร้าน และรูขุมขนกว้างกว่าผู้หญิงเนื่องจากฮอร์โมน….และผู้ชายมักเบื่อหน่ายกับ ขั้นตอนการดูแลผิวที่มีขั้นตอนมากเกินไปดังนั้นการใช้ครีมรกแกะ หรือ เซรัมเพียงขั้นตอนเดียวก็พอแล้ว…สำหรับคุณผู้ชาย….

ง่ายๆเพียง แค่หยดเซ รั่ม 1 หยดทาเช้า-ก่อนนอน ..ไม่กี่วัน ผิวหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงดูสดใส เนียนขึ้น ยุคนี้ ผู้ชายก็มีผิวดีไม่แพ้ผู้หญิงได้เพื่อบุคลิกที่ดูดี… กว่า นอกจากการใช้ผลิตภัณฑ์รกแกะสำหรับทาแล้ว เรายังมี รกแกะเม็ดให้รับประทานเพื่อผลลัพธ์ที่เร็วยิ่งขึ้น โดยรกแกะจะเข้าไปช่วยทั้งจากภายใน ออกมาภายนอก และภายนอกเข้าสู่ภายใน อันนี้จะช่วยทำให้คุณมีผิวที่สวยเปล่งปลั่งทั่วทั้งตัว ไม่ใช่เฉพาะใบหน้าเท่านั้น

จริงหรือ? ใช้ ‘รกแกะ’ แล้วหน้าเด็ก
ผู้ที่ใส่ใจดูแลผิวพรรณเป็นอย่างดี คงเคยได้ยินเรื่องครีมหรือเซรั่มสูตรที่ทำจาก ‘รกแกะ’ พร้อมคำบอกเล่าถึงสรรพคุณครอบจักรวาล ดูแลและปกป้องผิวหน้าให้ปราศริ้วรอยและความหมองคล้ำ ดุจยาวิเศษย้อนวัยผิวให้ดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริง 15-20 ปี แต่สนนราคาใช่ย่อยซะทีไหน ยิ่งในบ้านเรา ausway sheep placenta พวกผลิตภัณฑ์รกแกะจัดเป็นของนำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย ราคาก็เลยเริ่มต้นที่หลักร้อยตอนปลาย ทว่าเป็นสูตรแท้ๆ 100% ทยานสูงลิ่วถึงหลักหมื่นก็ยังมี
เห็นราคาแพงปานนั้น หากจะตัดสินใจซื้อ คงต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี เอ้…การลงเงินแลกกับครีม/เซรั่มรกแกะเนี่ย จะช่วยให้หน้าดูเด็ก และไม่มีริ้วร้อย ผิวก็นุ่มชุ่มชื้นได้จริงไหมหนอ?…อย่างงี้ต้องศึกษาเรื่องราวของรกแกะกัน เสียหน่อย…
รกแกะ ก็เหมือนกับรกของมนุษย์ เมื่ออยู่ในครรภ์จะเป็นแหล่งอาหารของทารก โดยเลือดในรกนั้นมีคุณค่ามาก เนื่องจากมีเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดซึ่งเปรียบเสมือนไขกระดูก แม่พิมพ์ของการสร้างเซลล์เม็ดเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน
สำหรับเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดในรกนั้น จะแบ่งตัวและเจริญเติบโตไปเป็น เม็ดโลหิตแดง ทำหน้าที่นำออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย เม็ดโลหิตขาว ต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคเกล็ดโลหิต เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้โลหิตแข็งตัว ซึ่งจะไหลเวียนหล่อเลี้ยงร่างกาย
ดังนั้นวงการแพทย์จึงนำประโยชน์จากรก ที่มีเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดไปปลูกถ่ายเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคไขกระดูก เพราะสามารถต่อต้านสารแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย และควบคุมการติดเชื้อได้ดี
ส่วนด้านความงาม ขอสรุปแบบเนื้อๆ เน้นๆ ไว้เลยว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากรกแกะเพื่อดูแลผิว ที่ช่วยได้แน่ๆ คือ ป้องกันการติดเชื้อ แต่ขณะนี้ยังไม่มีผลวิจัยหรือรายงานทางการแพทย์จากสถาบันที่เชื่อถือได้ออก มายืนยันชัดเจนถึงสรรพคุณที่ว่า รกแกะ ช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวใหม่ บำรุงเซลล์ผิวหน้าให้ดูเปล่งปลั่ง ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น แก้รอยแผลเป็น หลุมสิว แก้ไฝ ฝ้า กระ ทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัยได้
เพื่อนเพื่อนคงได้ความรู้เรื่่องของ ครีมรกแกะ รกแกะ มาพอสมควรแล้ว ยังไงวันนี้ขอตัวไปก่อนนะคะ ausway sheep placenta.

chular chular detox ขอนำเสนอคุณประโยชน์ของมะขามแขกซึ่งเป็นสมุนไพรระบายอาการท้องผูกชั้นยอด

chular chular detox ขอนำเสนอคุณประโยชน์ของมะขามแขกซึ่งเป็นสมุนไพรระบายอาการท้องผูกชั้นยอด จากเอกสารทางวิชาการของมูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย เรื่องการดูแลสุขภาพและรักษาโรคตามคำแนะนำของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) กับข้อพิสูจน์ทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งเป็นหนังสือที่รวบรวมผลงานวิจัยทดลองทางวิชาการแพทย์สมัยใหม่กับสิ่งที่ปรากฏในคำแนะนำของศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) เข้าด้วยกัน ซึ่งเมื่อปฏิบัติตามจะส่งผลต่อสุขภาวะของคนทุกคน มีฮะดีษจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) กล่าวว่า “พวกท่านจงใช้อัสสะน่า (มะขามแขก) และอัสสะนูต เพราะในสองอย่างนี้มียารักษาทุกโรค ยกเว้นโรคซาม มีคนถามว่า “โอ้ ท่านรอซูลลุลลอฮฺ ซามนั้นคืออะไรกัน? ท่านตอบว่า “คือ ความตายไงล่ะ” (บันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺและอัลหากิม ในอัลญามิอฺ อัลเศาะฆีรฺ หน้า 4067) chular chular detox.
chular chular detox
chular chular detox มะขามแขกนั้นเป็นพืชประจำแคว้นหิญาซ ชนิดที่ดีที่สุดคือชนิดที่เกิดในเมืองมักกะฮฺเป็นยาประเสริฐที่รับประกันประโยชน์ของมันได้ และด้วยเหตุนี้เอง ทำให้มะขามแขกมักกะฮฺจึงเลื่องชื่อไปทั่วสารทิศ แต่ในสารานุกรมแพทย์อังกฤษ ฉบับปี 1987 ระบุว่า มะขามแขกเป็นพืชประจำเมืองอะเล็กซานเดรีย งอกเงยในประเทศอียิปต์ ซูดาน ไนจีเรีย แซเนกัล อินเดีย และในภาคตะวันออกของสหรัฐ มีสรรพคุณเป็นยาระบาย มีความสูง 1.25 เมตร มีดอกสีเหลือง และเจริญงอกงามดีในเขตร้อน

มะขามแขกในตำราการแพทย์แผนปัจจุบัน chular chular detox

มีการทดลองใช้มะขามแขกในคุณแม่หลังคลอด โดยให้คุณแม่ห้าสิบคน รับประทานยา Sennokot ทันทีในวันแรกที่คลอดบุตร ยานี้เป็นยาที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไปมานานกว่ายี่สิบห้าปีที่แล้ว ในขณะเดียวกันให้คุณแม่อีกห้าสิบคน รับประทานยาบารอฟีน ปรากฏว่ามะขามแขกทำปฏิกิริยากับคุณแม่ สี่สิบเก้าคน ในจำนวนห้าสิบคน โดยที่บุตรของนางไม่มีอาการท้องเฟ้อ ซึ่งหมายความว่ามะขามแขกไม่ทำให้เกิดปฏิกิริยาใดๆ กับลำไส้ของเด็กเหล่านั้น ทั้งนี้เพราะในช่วงหลังจากคลอดบุตรนั้น คุณแม่หลายคนมักมีอาการท้องผูก สารานุกรมเภสัชกรรม มาร์ตินดาล์ ฟามาโกเบีย (Martindale Pharmacopeia) จึงแนะนำให้ใช้มะขามแขกเป็นยาระบายที่มีประสิทธิภาพสำหรับอาการท้องผูกหลังคลอด นอกจากนี้ ในการทดลองอื่นได้พบว่ามะขามแขกหยดเล็กๆ สามารถต่อต้านอาการจุกเสียด จึงมีประโยชน์ในการรักษาโรคกระเปาะในลำไส้ ซึ่งเป็นโรคที่มักเกิดกับผู้สูงอายุ เป็นติ่งถุงเนื้อในลำไส้ส่วนโคโลน ทำให้ผู้ป่วยต้องเจ็บปวดจากอาการท้องผูกเรื้อรัง

ดังนั้นท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ได้สนับสนุนการใช้มะขามแขก และกล่าวถึงสรรพคุณของมันในการรักษาท้องผูกอย่างนี้ ก็ไม่แปลกที่เราจะพบว่ามีบริษัทหลายบริษัทผลิตยา ที่มีส่วนผสมของมะขามเพราะเห็นดีในสรรพคุณของมัน นี่แหละคือสิ่งที่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ผู้ยิ่งใหญ่ได้กล่าวว่า “หากมียาอะไรรักษาความตายได้ แน่นอน ยานั้นย่อมเป็นมะขามแขก” แต่ที่น่าเสียใจก็คือ พวกเราหลายคนยังไม่รู้ว่ายาเหล่านี้ที่เราใช้รักษาท้องผูกมานานแล้วนั้น มีส่วนผสมของมะขามแขกที่ระบุในฮะดีษของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) เราจึงควรรับรู้และเข้าใจในความสำคัญของสิ่งที่ท่านได้บอก เพราะมีแพทย์อีกมากมายที่สั่งยาที่มีส่วนผสมของมะขามแขก แต่ไม่รู้ว่าท่านศาสดา ได้เคยสั่งยานี้มาก่อนแล้วเมื่อหนึ่งพันสี่ร้อยปีที่ผ่านมา

สมอพิเภก” เป็นพืชสมุนไพรที่มีถิ่นกำเนิดในนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งบ้านเราด้วย ชอบขึ้นกระจายตามป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ มีประโยชน์สารพัด เนื้อไม้ทำพื้น ฝาบ้าน chular chular detox มากต่าสรรพคุณทางยา โดยเฉพาะในโหมดเป็นยาระบาย และแก้ริดสีดวงทวารได้ผลทีเดียว

[“สมอพิเภก” ยาระบาย ทำลายริดสีดวง]

เป็นไม้ยืนต้น ในวงศ์ COMBRETACEAE สูง 15-35 เมตร ต้นเปลาตรง เปลือกสีเทาแตกเป็นร่อง เรือนยอดกลมแผ่กว้าง ชื่ออื่น : ลัน (เชียงราย), สะคู้ (แม่ฮ่องสอน), ซิบะดู่ (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่), แหน แหนต้น แหนขาว (ภาคเหนือ) และสมอแหน (ภาคกลาง)

ใบ เป็นใบเดี่ยว ทรงรี โคนสอบ ปลายมีติ่ง เนื้อใบหนา หลังใบมีขนสีน้ำตาล

ดอก เล็ก สีขาวอมเหลือง ออกเป็นช่อเดี่ยวที่ง่ามใบ ปลายช่อห้อยลง มี 5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย

ผล กลมรีแข็ง ยาว 2.5-3.0 ซม. กว้าง 1.5-2.0 ซม. ผิวนอกปกคลุมด้วยขนสีน้ำตาล ออกรวมเป็นพวงโต

ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ขึ้นได้ในดินทุกชนิด อากาศชุ่มชื้น แสงแดดส่องถึง

ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ : ผล, เมล็ด, ใบ, ดอก, เปลือก และแก่น

สรรพคุณทางยา : ผลอ่อน แก้ไข้ แก้ลม ใช้เป็นยาระบายหรือยาถ่าย รักษาโรคตา, ผลแก่แก้โรคภายในตา บำรุงธาตุ แก้ไข้ แก้เสมหะ ทำให้ชุ่มคอ แก้ริดสีดวงทวาร แก้ท้องร่วงหรือท้องเดิน รักษาโรคเรื้อน แก้ผิวหนังเป็นตุ่มหนอง บำรุงธาตุ และแก้ธาตุกำเริบ, เมล็ดใน แก้บิดหรือบิดมูกเลือด, ใบ รักษาบาดแผล แผลติดเชื้อ, ดอก แก้โรคในตา, เปลือกต้น ขับปัสสาวะ รักษาปัสสาวะพิการ, แก่น แก้ริดสีดวงทวาร และราก แก้โลหิตเป็นพิษ

วิธีใช้ : นำเปลือกต้นมาต้มน้ำดื่มเพื่อขับปัสสาวะ, นำผลที่ยังไม่แก่ 2-3 ผล ต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้ว ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อยดื่มเป็นยาระบาย, นำผลแก่ 2-3 ผล ต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย เคี่ยวให้งวดจนเหลือครึ่งเดียว ใช้ดื่มแก้อาการ ท้องร่วงหรือท้องเดิน, นำใบสดมาตำให้ละเอียด แล้วพอกรักษาบาดแผล และสารสกัดจากสมอพิเภกรวมกับสมอไทยและมะขามป้อม ยับยั้งการเจริญเติบโตและช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งได้

ยาถ่าย ก็มีผลเสียและอันตราย อาทิตย์หนึ่งถ่ายยากเสียหนหนึ่ง จะไดถ่ายรุเอาโรคต่าง ๆ ออกไปเสียจากตัว

นี่คือความเชื่อของคนแต่ก่อนตลอดมา เวลานี้บางคนก็ยังเชื่อกันอยู่อย่างนี้

หลายคนยังเชื่อกันว่า เมื่อมีท้องผูก เมื่อมีคนไข้หรือเจ็บป่วย อย่างใดก็ตามจะต้องใช้ยาถ่าย ยาถ่ายจะถ่ายรุเอาโรคหลายโรคออกไป จะถ่ายเอาน้ำเหลืองเสียทิ้งไปและจะถ่ายพิษร้ายต่าง ๆ ในตัวได้หมด

ความเชื่อนี้เลยทำให้คนติดนิสัยใช้ยาถ่าย ต้องถ่ายยาทุกอาทิตย์ บางคนต้องใช้ยาถ่ายเป็นประจำอยู่ทุกวันก็มี

ยังจำได้ว่า เมื่อครั้งเป็นเด็ก ๆ เวลาเพื่อนให้ของกันแล้วมาเอาไปคืน หรือยังไม่เอาคืนแต่กลัวว่าเพื่อนจะเอาคืน เด็กๆ จะร้องเป็นทำนองสาปแช่งกันว่า…  “ให้แล้วเอาคืน มะรืนนี้ตาย ผีเข้าวัดมะลัดโตงเตง กินยาเม็ดเจ็ดวันตาย กินยาถ่ายตายเร็ว ๆ ”

ก็จริงอย่างคำสาปแช่งของเด็ก บางทียาถ่ายนั้นก็ทำให้คนตายมามากแล้วเหมือนกัน chular chular detox.

cher อาหารเสริม ประโยชน์ของรังนก ปัจจุบันนี้ อาหารเสริม กลายเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย

cher อาหารเสริม ประโยชน์ของรังนก ปัจจุบันนี้ อาหารเสริม กลายเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ในหมู่คนรักสุขภาพ เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย ทั้งฝุ่นควันในอากาศ หรือสารพิษที่ปนเปื้อนในอาหารและน้ำดื่ม อีกทั้งสภาวะเศรษฐกิจอันแสนย่ำแย่ ที่ทำให้ปัญหาเรื่องงาน กลายเป็นปัญหาหนักอก จนแทบไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องอื่น ทำให้หลายคนไม่มีเวลาดูแลสุขภาพการกินอย่างเพียงพอ อาหารเสริม จึงเป็นทางออกที่สะดวก และมีประโยชน์ สำหรับผู้ห่วงใยสุขภาพได้อย่างดี นอกเหนือจาก อาหารเสริม ชนิดต่าง ๆ มีวางจำหน่ายอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันปลา ซุปไก่สกัด อิฟนิ่งพริมโรสออยล์ กระเทียมอัดเม็ด วิตามินชนิดเม็ด แครอทสกัด ฯลฯ แล้ว “รังนกนางแอ่น” ยังเป็นอีกหนึ่งในผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ที่กำลังได้รับความนิยม เพราะช่วยบำรุงกำลังให้ร่างกายสดชื่น แข็งแรง แก้ไอ ขับเสมหะ ไอเป็นเลือด และยังค้นพบอีกว่า ในคนที่สูบบุหรี่จัด การรับประทาน รังนกนางแอ่น เป็นประจำทุกเช้า จะช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า ลดอาการไอและช่วยฟอกปอดได้อีกด้วย cher อาหารเสริม.

cher อาหารเสริม

cher อาหารเสริม อีกทั้งมีการตรวจสอบสารประกอบใน รังนกนางแอ่น ของMr.Biddle และ Mr.Belyavin พบว่า รังนกนางแอ่น สามารถยับยั้งการเกิดเชื้อไวรัสไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง รวมถึงช่วยให้ผู้ป่วยโรคเอดส์ที่ผ่านการรักษา โดยใช้รังสีฟื้นตัวได้เร็วขึ้น นอกจากนั้นสาร Epidermal Growth Factor ใน รังนกนางแอ่น ยังมีคุณค่าต่อระบบเลือดช่วยบำรุงผิวพรรณให้อ่อนกว่าวัย ชะลอความแก่ (Antiaging) และทำให้อายุยืนอีกด้วย

จากการที่ รังนกนางแอ่น ได้รับการยอมรับว่า เป็น อาหารเสริม ที่มีคุณค่าต่อร่างกายมาก แต่เนื่องจากมีราคาสูง จึงมีการระบาดของ “รังนกปลอม” ออกสู่ท้องตลาดทั่วไป ในราคาเพียงถุงละ 20-30 บาท อีกทั้งรูปลักษณ์ภายนอกของรังนกแท้และรังปลอม คล้ายคลึงกันมาก จนไม่สามารถแยกได้ด้วยการมอง หลายคนจึงเข้าใจว่า ให้ประโยชน์ใกล้เคียงกับ รังนกแท้ แต่ที่จริงแล้วสองชนิดนี้ให้คุณค่าที่แตกต่างกันมาก cher อาหารเสริม

รังนกปลอม ส่วนใหญ่จะผลิตจากสาร “กัม” (gum) ชนิด “คารายากัม” มีลักษณะเหนียวหนืดคล้ายวุ้น เมื่อนำไปต้มจะมีรูปลักษณ์คล้าย รังนกแท้ มาก เพียงแต่ไม่มีกลิ่นคาวตามธรรมชาติเหมือนรังนกแท้สารกัมจะให้สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ชนิดที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมได้ ซึ่งแตกต่างจาก รังนกแท้ อย่างสิ้นเชิงเพราะใน 100 กรัมของ รังนกแท้ จะให้โปรตีนสูงถึง 54% คาร์โบไฮเดรต 23.3% น้ำ 16.2% และไขมันอีก 0.3% จึงถือได้ว่าเป็นอาหารชั้นสูงเทียบเท่ากับโสม ปลิงทะเล เขากวางอ่อน หรือหูฉลามเลยทีเดียว

ดังนั้น การจ่ายแพงกว่าเพื่อสิ่งที่ดีกว่า ดูจะเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลมิใช่หรือ แต่อย่างที่กล่าวมาแล้วว่า การจะแยกรังนกแท้กับรังนกปลอมด้วยตาเปล่าเป็นเรื่องยากมาก จึงอาจมีผู้จำหน่ายบางรายวางขาย รังนกปลอม ดังนั้นควรเลือกซื้อจากผู้ผลิตหรือจำหน่ายที่เชื่อถือได้ มีหลักแหล่งที่แน่นอนซึ่งหากเป็นผลิตภัณฑ์ที่บรรจุในภาชนะที่ปิดผนึกเรียบร้อย พร้อมจำหน่ายให้ลูกค้าในทันทีนั้น ต้องดูที่ฉลากแสดงรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ เป็นภาษาไทย เช่น ชื่ออาหาร ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต และที่สำคัญคือ มีเครื่องหมาย อย. ซึ่งแสดงว่า สินค้านั้นได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาว่า เป็นสินค้าที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างแน่นอน

สรรพคุณของรังนกนางแอ่น

1. คนจีนทั้งแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง นิยมบริโภค รังนก เป็นชีวิตจิตใจ มีการค้นพบว่า ในสมัยราชวงศ์หมิงตอนปลาย ได้ปรากฏว่า มีแพทย์เขียนใบสั่งยาโดยมีรังนกเป็นส่วนผสม โดยเชื่อว่า รังนก สามารถรักษาโรคทางเดินหายใจ ช่วยบำรุงสุขภาพเด็กที่ร่างกายไม่แข็งแรงได้ดี
2. เครื่องยาจีนสำหรับบำรุงปอด ชื่อ รังนกเก๋ากี้ (เก๋ากี้เอี้ยงออ) มีส่วนผสมของ รังนก 5 กรัม เก๋ากี้ 10 กรัม น้ำตาลกรวด 50 กรัม กินทุกเช้าเย็น ครั้งละหนึ่งถ้วย มีสรรพคุณ ช่วยบำรุงปอด ตับ และไต cher อาหารเสริม เสริมประสิทธิภาพบำรุงปอดได้ดีมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ปอดอ่อนแอ ไอแห้ง หรือหลอดลมอักเสบเรื้อรัง มีอาการร้อนขึ้นในตอนบ่าย ร่างกายอ่อนแอ เหงื่อออกผิดปกติขณะหลับ ผู้ป่วยวัณโรคในระยะพักฟื้น
3. ศ.ดร. หยุน เฉิน กง แห่งมหาวิทยาลัยฮ่องกง เป็นนักวิจัยที่เกี่ยวกับสมุนไพรจีนและยาที่ทำจากสัตว์ ได้ค้นพบว่า รังนก เป็นโปรตีนที่สามารถละลายน้ำได้ ซึ่งเชื่อกันว่า สามารถส่งเสริมเซลล์ภายในระบบภูมิคุ้มกันโรคได้ และเป็นไปได้ที่จะใช้มันต้านสารเสพติด AZT สามารถต่อต้านภูมิคุ้มกันบกพร่องในโรคเอดส์ได้ (Eric Valli and Diane Summers, Shadow Hunters (Singapore: Sun tree publishing limited,1990),9.)
4.นิสา พงศ์ชู นักสัตววิทยาของไทย ได้สรุปผลจากการตรวจสอบสารประกอบที่สกัดได้จาก รังนกนางแอ่น พบว่า สารประกอบดังกล่าวมีคุณสมบัติเป็นตัวยับยั้ง Haemagglutinationซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดไข้หวัดใหญ่ ได้อย่ามีประสิทธิภาพ
5.การวิเคราะห์คุณภาพ รังนกนางแอ่น ของ Quate(1952) พบว่า จาก รังนก 100 กรัม ปรากฎว่ามี โปรตีนร้อยละ 54 คาร์โบรไฮเดรต ร้อยละ 23.3 น้ำร้อยละ16.2 ไขมันร้อยละ 0.3 และอื่นๆ อีกร้อยละ 5.9 ซึ่งรวมถึงฟอสฟอรัส 32 มิลลิกรัม
6.สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโยลีแห่งประเทศไทยได้ทำการวิเคราะห์หาส่วนผสมของ รังนกนางแอ่น พบว่า ประกอบด้วยโปรตีนร้อยละ 60.90 แคลเซียม ร้อยละ 0.85 น้ำร้อยละ5.11 โพแทสเซี่ยมร้อยละ 0.05 และฟอสฟอรัส ร้อยละ 0.03 ซึ่งสารแต่ละชนิดต่างก็มีคุณค่าทางโภชนาการทั้งสิ้น cher อาหารเสริม.

ยาระบาย ฟักทอง เป็นพืชชนิดหนึ่ง มักจัดเป็นพวกผัก เนื่องจากนิยมนำมาเป็น

ยาระบาย ฟักทอง  เป็นพืชชนิดหนึ่ง มักจัดเป็นพวกผัก เนื่องจากนิยมนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหาร แต่ก็ยังนำไปทำของหวานเป็นอาหารว่างได้ด้วย ปกติฟักทองเมื่อแก่จัดจะมีสีเหลืองอมส้ม เป็นพืชมีเถา ปลูกได้ทั่วไปทั้งในเขตร้อนและเขตหนาว  สรรพคุณทางสมุนไพรของฟักทอง เนื้อใช้เป็นยาระบายอย่างอ่อน เยื่อภายในผลใช้พอกแก้ฟกช้ำ แก้ปวด  ส่วนเมล็ดที่เคี้ยวกันมัน ๆ นั้นใช้เป็นยาขับพยาธิตัวตืด ขับปัสสาวะและบำรุงร่างกาย รากนั้น ในตำราโบราณใช้ต้มดื่มน้ำเป็นยาแก้ไอ  ฯลฯ สรรพคุณที่ใช้ช่วยระบายและเป็นยาถ่าย ในตำราท่านให้เอาเนื้อในเมล็ดของฟักทองทั้งสดและแก่ จำนวน 100 กรัม (100 – 120 เมล็ดสด) มาบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำสุกประมาณ 3 แก้ว เจือด้วยน้ำผึ้งเล็กน้อยดื่มหรือจิบเป็นน้ำชา วันละ 3 ครั้ง เช้า – กลางวัน – เย็น  โดยควรจะดื่มในช่วงเวลาที่ท้องว่างก่อนกินอาหาร ยาระบาย.

ยาระบาย
ยาระบาย ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cucurbita moschata Decne.

วงศ์ : Cucurbitaceae

ชื่อท้องถิ่น : น้ำเต้า (ภาคใต้) มะพร้าว (ภาคเหนือ) มะน้ำแก้ว (เลย) หมักอื้อ (เลย – ปราจีนบุรี)
ลักษณะ :  ฟักทองเป็นไม้เถาเลื้อยไปตามดิน มีมือสำหรับยึดเกาะ ลำต้นอวบน้ำ ใบเดี่ยวรูปห้าเหลี่ยม มีขนทั้งสองด้าน ดอกสีเหลืองรูปกระดิ่ง ผลฟักทองมีด้วยกันหลายลักษณะ บางครั้งเป็นผลเกือบกลมก็มี แต่โดยทั่วไปเป็นรูปทรงกลมแป้น ผิวขรุขระเล็กน้อย เมื่อยังดิบเนื้อค่อนข้างแข็ง นอกจากเนื้อของผลฟักทองจะใช้เป็นอาหารแล้ว เมล็ดฟักทองก็ใช้เป็นอาหารว่างได้ด้วย
สรรพคุณทางยา :  เมล็ด รสมัน ขับพยาธิตัวตืด ขับปัสสาวะบำรุงร่างกาย  ราก รสเย็น บำรุงร่างกาย แก้ไอ ถอนพิษของฝิ่นน้ำมันจากเมล็ด รสหวานมัน บำรุงประสาทเยื่อกลางผล รสหวานเย็น พอกแก้ฟกช้ำ แก้ปวดอักเสบ    ขั้ว รสเย็น ฝนกับน้ำมะนาว ผสมยอยฝ้าย (เศษผ้าฝ้าย) เผาไฟ รับประมานแก้พิษกิ้งกือกัด ยาระบาย
ตานหม่อน
ไม้เถาหรือไม้พุ่มเลื้อย ขึ้นแทรกในซอกหินตามหน้าผาชัน ลำต้น แตกกิ่งแขนงระเกะระกะ ห้อยระย้าลงมาตามหน้าผา เป็น พืช สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ของไทย อีกชนิดหนึ่ง ที่ถูกใช้ประโยชน์ ด้านการรักษาโรค กันมายาวนาน ใครเลยจะคิดว่า แค่ต้นไม่ ที่คนไม่ค่อยใส่ใจ ต้นนี้ จะซ่อน ประโยชน์ และ สรรพคุณทางยา ไว้ อย่างมากมาย มหาศาล ขนาดนี้
สำหรับสูตรช่วยระบายและเป็นยาถ่าย ท่านให้เอาต้นสดหรือรากมาต้มกับน้ำสะอาด 3 ถ้วยแก้ว เคี่ยวให้เหลือน้ำเพียง 1 ถ้วยแก้วเท่านั้น ใช้ดื่มหรือจิบขณะที่ท้องยังว่าง วันละ 1 ครั้งเท่านั้น สามารถดื่มน้ำสมุนไพรนี้ได้ก่อนกินยาถ่าย
ชื่อวิทยาศาสตร์  : Vernonia elliptica DC. วงศ์ COMPOSITAE
ชื่ออื่น : ซ้าหมักหลอด ตานค้อน ตานหม่น
ลักษณะ : ไม้พุ่มเลื้อย ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอกกลับ ขอบใบเรียบ หรือหยักห่างๆ ดอกเป็นช่อออกที่ยอดหรือซอกใบ กลีบดอกสีนวล ผลเป็นผลแห้งไม่แตก  ยอดหรือซอกใบ กลีบดอกสีนวล ผลเป็นผลแห้งไม่แตก
สรรพคุณ  : แก้พิษตานซาง ขับพยาธิไส้เดือน บำรุงเนื้อหนังให้สดชื่น บำรุงธาตุแก้พิษตานซาง ขับพยาธิไส้เดือน บำรุงเนื้อหนังให้สดชื่น บำรุงธาตุ

มะระไทย
เป็นไม้เลื้อยเขตร้อนในวงศ์แตง (Cucurbitaceae) นิยมปลูกเพื่อใช้ผลและยอดเป็นอาหาร มีรสขม ที่รู้จักกันดี  มะระไทย เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มะระขี้นก   มีสรรพคุณในตำรายาไทย ช่วยเจริญอาหาร  รักษาเบาหวาน แก้ไข้ เป็นต้น  สูตรช่วยระบายและเป็นยาถ่าย ท่านให้เอาใบสดของมะระไทยหรือมะระขี้นกมาหั่นให้ละเอียดแล้วชงกับน้ำร้อนเจือด้วยเกลือเล็กน้อย  เพื่อกำจัดรสขม  ใช้ดื่มหรือจิบเช่นเดียวกับน้ำชา  วันละ 2 เวลา เช้า – เย็น
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Momordica charantia
วงศ์ : CUCURBITACEAE
ชื่อสามัญ : Bitter cucumber, Balsam pear
ลักษณะ : เป็นพืชผักประเภทเถาเลื้อย อวบน้ำ มีอายุเพียงปีเดียวหรือฤดูเดียว เถาอ่อนมีสีเขียวอมเหลือง เถาแก่สีเทา ขนาดของเถาที่ปลายยอด 5-8 มิลลิเมตร มีมือเกาะยาว ที่เถาและใบมีขนอ่อนขึ้นปกคลุม ดอกเดี่ยวสีเหลืองมี 5 กลีบ ขนาดดอก 1 เซนติเมตร ผลกลมรูปรี ผิวขรุขระเป็นสันนูน มะระจีนมีผลขนาดใหญ่และยาว 20-30 เซนติเมตร มีรสขมน้อย ส่วนมะระพื้นเมืองหรือมะระขี้นกมีผลเล็ก ยาวเพียง 3-5 เซนติเมตร และมีรสขมมาก ภายในผลมีเมล็ดจำนวนมาก เมื่อแก่เปลือกหุ้มเมล็ดมีสีแดง รสหวาน
สรรพคุณ : สำหรับสรรพคุณในตำรายาไทย ช่วยเจริญอาหาร ยาระบาย ใช้เนื้อของผลที่ยังไม่สุกเป็นอาหาร ผักจิ้ม ต้ม แกง รักษาเบาหวาน ใช้ผลโตเต็มที่หั่นเนื้อตากแห้ง ชงน้ำรับประทานต่างน้ำชา แก้ไข้ ผลต้มรับประทานแต่น้ำเป็นยาแก้ไข้ หรือดื่มน้ำคั้นจากผลแก้ปากเปื่อย ปากเป็นขุย น้ำคั้นจากผลใช้อม บำรุงระดู ดื่มน้ำคั้นจากผล ใช้ผลตำพอกฝี แก้บวม แก้ปวด
หมาก
หมากเป็นพืชที่คู่กับคนไทยมานานแล้ว แม้ในปัจจุบันจะไม่นิยมกินหมากกัน แต่หมากยังเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ ทั้งในรูปหมากสดและหมากแห้ง หมากแห้งใช้ในอุตสาหกรรมฟอกหนัง ฟอกเส้นใย และทำยารักษา โรค และผลหมากสามารถใช้เป็นยาสมุนไพรในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เช่น ใช้สมานแผล แก้ท้องเสีย รักษาโรคเหงือกและฟัน เป็นต้น
สำหรับสูตรช่วยระบายและขับถ่าย  ท่านให้เอาเนื้อในของเมล็ดหมาก จำนวน 15 เมล็ด (90 – 100 กรัม) มาต้มกับน้ำประมาณ 3 แก้ว เคี่ยวให้น้ำงวดจนเหลือ 1 แก้ว แล้วใช้ดื่มหรือจิบขณะที่ท้องยังว่าง ถ้าจะใช้เป็นยาถ่ายให้เด็ก ควรใช้เนื้อในของเมล็ดหมากเพียง 5 เมล็ดเท่านั้น
ชื่อสามัญ : Betel Nuts
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Areca catechu Linn
วงศ์ : Myrtaceae
ชื่ออื่นๆ : หมาก กานพลู Clove, Clove tree
ลักษณะ : เป็นไม้ยืนต้นมีลำต้นเดี่ยวไม่แตกกอ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5-6 นิ้ว ระยะแรกจะมีการเจริญโตด้านกว้างและด้านสูง หลังจากหยุดเจริญเติบโตจะเจริญเติบโตด้านความสูง รูปทรงกระบอกตรง  ใบ  เกิดจากเนื้อเยื่อส่วนปลายยอด ปลายลำต้นประกอบด้วยโคนกาบใบเรียกว่ากาบหมากหุ้มติดลำต้นเป็นแผ่นใหญ่ ก้านประกอบด้วยใบย่อย เมื่อหมากออกดอก ดอกหรือภาษาท้องถิ่นเรียกจั่นหมาก ซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยกาบหมาก เมื่อกาบหมากแก่หลุดร่วงไปจะเห็นดอกหมาก ผล  ผลหมากมีลักษณะกลมหรือกลมรี เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 – 2.5 โดยเฉลี่ยผลรวมกันเป็นทะลาย ใน 1 ทะลายจะมีผลอยู่ประมาณ 10 – 150 ผล ผลอ่อนสีเขียวเข้ม เรียกหมากดิบ ผลแก่จะผิวเปลือกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้มทั้งผลเรียกหมากสุกหรือหมากสง ผลประกอบด้วย 4 ส่วน คือเปลือกชั้นนอก ส่วนเปลือกเป็นเยื่อบาง ๆ สีเขียว เนื้อเปลือกมีเส้นใยละเอียด เหนียว เปลือกชั้นกลางเป็นเส้นใยหนามากมองเห็นชัด เมื่อผลอ่อนเส้นใยอ่อน แก่จะเหนียวแข็ง เปลือกชั้นในเป็นเยื่อบาง ๆ ละเอียดติดอยู่กับเนื้อหมาก ส่วนของเมล็ดหรือเนื้อหมากถัดจากเยื่อบาง ๆ เข้าไปเป็นส่วนของเนื้อหมาก เมื่ออ่อนจะนิ่ม เนื้อส่วนผิวจะมีลายเส้นสีเหลืองถึงสีน้ำตาล เนื้อจะมีสีเหลืองอ่อน ๆ ถึงสีเหลืองเข้มอมแดง
สรรพคุณ : ผลของหมากนั้นมีสรรพคุณในการช่วยขับพยาธิได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นพยาธิตัวตืด พยาธิใบไม้ พยาธิตัวกลม เป็นต้น นอกจากนี้แล้วหมากก็ยังมีสรรพคุณในการรักษาโรคมาเลเรีย และมีฤทธิ์ในด้านการเป็นยาที่ช่วยขับปัสสาวะอีกด้วย จากการวิจัยพบว่า หมากมีสารชื่อ อัลคาลอยด์ ที่มีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อราและฆ่าเชื้อไวรัสอีกด้วย
ตำรับยาแผนโบราณ :   หากนำเอาเนื้อของผลหมากและเมล็ดฟักทองมาต้มรวมกับน้ำตาลทราย ดื่มพร้อมกันน้ำก็จะช่วยในการขับพยาธิชนิดต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี หรือหากจะเอาผลหมากสุกมาต้มกินกับน้ำแล้ว จะช่วยป้องกันอาการของโรคต้อหินหรือความดันภายในลูกตาเพื่อไม่ให้สูงผิดปกติได้ ยาระบาย.

percy daily detox รางจืด เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง ซึ่งชาวไทยมักรู้จักพืชชนิดนี้ในอีกหลายชื่อ

percy daily detox รางจืด เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง ซึ่งชาวไทยมักรู้จักพืชชนิดนี้ในอีกหลายชื่อเรียก ไม่ว่าจะเป็น กำลังช้างเผือก, ขอบชะนาง, เครือเขาเขียว, ยาเขียว (ภาคกลาง), รางเย็น (ยะลา), ดุเหว่า (ปัตตานี), ทิดพุด (นครศรีธรรมราช), น้ำนอง (สระบุรี), ย่ำแย้ แอดแอ (เพชรบูรณ์) หรือน้ำแน่ (อีสาน) เป็นต้น ขึ้นชื่อว่าสมุนไพรในบ้านเรานั้นมีกันอยู่หลายชนิด เป็นอีกหนึ่งยาแผนไทยที่ได้จากธรรมชาติไว้สำหรับบรรเทาอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายทั้งภายในและภายนอก ซึ่งรูปลักษณ์และสรรพคุณก็แตกต่างกันไปตามแหล่งที่มา เช่นเดียวกัน วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นสมุนไพรล้างพิษ ตลอดจนช่วยถอนพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายออกไป มีชื่อว่า รางจืด ซึ่งเด็กสมัยนี้อาจไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่นัก แต่ถ้าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ขึ้นไปรับรองว่าต้องรู้จักและรู้วิธีการใช้มันอย่างแน่นอน พืชสมุนไพรประเภทนี้มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากมายตั้งแต่ใบจรดราก โดยสามารถแก้อาการที่เกิดจากพิษต่างๆ เหล่านี้ ได้แก่ พิษยาเบื่อ ยาสั่ง ยาฆ่าแมลง พืชพิษ เห็ดพิษ พิษสุราและยาเสพติด พิษงู แมลงป่อง หรือตะขาบ นอกจากนั้น รางจืด ยังสามารถนำไปแก้พิษที่เกิดขึ้นในสัตว์อย่างได้ผล ไม่ว่าจะเป็น สุนัข หรือแมว อีกทั้งในตำรายาไทยและตำรายาพื้นบ้านยังได้อธิบายเอาไว้ว่าส่วนต่างๆ ของพืชชนิดนี้ สามารถนำไปบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นกับร่างกายได้ ไม่ว่าจะเป็น ใบ ใช้ต้มดื่มขณะอุ่นๆ หรือคั้นดื่ม หรือแปรรูปเป็นชาชงรางจืด ดื่มเพื่อเป็นการล้างพิษในร่างกาย ราก ให้ใช้รากที่มีอายุเกิน 1 ปี มีขนาดเท่ากับนิ้วชี้นำมาฝนกับน้ำดื่มเพื่อเป็นการล้างพิษในร่างกาย ยอดอ่อนและดอก กินเป็นยาอายุวัฒนะ สามารถกินเป็นผักเหมือนกับผักพื้นบ้านทั่วๆ ไป โดยใช้วิธีการปรุงอาหาร คือ การลวก หรือการนำไปปรุงเป็นแกง เช่น ผัดยอดรางจืด ไข่เจียวดอกรางจืด แกงส้มยอดรางจืด สลัดสมุนไพรรางจืด ในภูมิปัญญาอีสานมีเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมาว่า ก่อนที่จะมีการปรุงอาหารที่เก็บมาจากป่าทุกครั้ง ให้ใส่ใบและดอกของเถารางจืดเข้าไปด้วย เพื่อเป็นการป้องกันพิษที่อาจเกิดขึ้นจากพืช หรือสัตว์ป่าที่อาจทำให้เกิดอันตรายหลังจากที่เรารับประทานเข้าไป โดยเคล็ดลับเหล่านี้ก็ตรงกันกับข้อมูลของหมอยาชาวไทยมใหญ่ที่ได้แนะนำให้เอายอดและดอกของเถารางจืดมาปรุงเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ อีกทั้งหมอยาพื้นบ้านยังนิยมใช้รางจืดเพื่อช่วยลดความดันโลหิต รักษาอาการแพ้และผดผื่นคันบนผิวหนังได้เป็นอย่างดี percy daily detox.
percy daily detox
percy daily detox รางจืดช่วยลดพิษของตะกั่ว รางจืดนับได้ว่าเป็นสมุนไพรที่เข้ากับสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมในบ้านเราเป็นอย่างมาก ยิ่งเป็นสภาพแวดล้อมในเมืองหลวงแล้วล่ะโอกาสที่จะเกิดมลภาวะเป็นพิษยิ่งเป็นไปได้สูง รางจืด คือ สมุนไพรที่สามารถลดความเสี่ยงและช่วยบรรเทาอาการที่เกิดจากการปนเปื้นสารตะกั่วที่มาจากไอเสียน้ำมันเบนซินที่มีการสะสมในร่างกายจนกลายเป็นโรคพิษสารตะกั่วเรื้องรังในระยะยาวได้ โดยสารตะกั่วเหล่านี้จะเข้าไปสะสมในสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำและการเรียนรู้ (Hippocampus) ซึ่งจากการศึกษาพบว่า รางจืด สามารถช่วยลดอัพตราการตายของเซลล์สมองอันเนื่องมาจากพิษของตะกั่ว อีกทั้งยังสามารถยับยั้งการลดลงของสารต้านอนุมูลอิสระในสมองที่เกิดจากพิษของตะกั่วได้อีกด้วย รางจืดช่วยรักษาผู้ป่วยผู้ติดยาบ้า ในปัจจุบัน หมอชาวบ้านได้มีการนำสมุนไพรพื้นบ้าน อย่าง รางจืด เข้ามาช่วยแก้พิษที่เกิดจากยาเสพติด ซึ่งในปัจจุบันมีรายงานทางการศึกษาว่า รางจืด มีฤทธิ์ที่ช่วยกระตุ้นประสาทเช่นเดียวกับ โคเคน (Cocaine) และ แอมเฟตามีน (Amphetamine) แต่มีฤทธิ์ที่อ่อนกว่า จึงมีแนวโน้มที่จะนำมาใช้ในการทำให้ผู้ที่ติดยาเสพติดสามารถเลิกเสพยาเสพติดได้ นอกจากนั้น ยังเป็นการป้องกันไม่ให้ตับถูกทำลายจากการดื่มเหล้าได้อีกด้วย โดยจากการศึกษาพบเพิ่มเติมอีกว่า รางจืด มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ในระดับที่สูงมาก percy daily detox

รางจืดช่วยรักษาโรคผิวหนัง ในปัจจุบัน ได้มีการยืนยันจากรายงานการศึกษาที่ระบุว่า รางจืด มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและสามารถต้านไวรัสโรคเริมได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ได้มีการออกมาสนับสนุนให้มีการใช้รางจืดในการรักษาผดผื่นคัน เริม งูสวัด หรืออาการผิวหนังอักเสบอื่นๆ ข้อแนะนำในการใช้ รางจืด สำหรับล้างพิษ เพื่อการล้างพิษควรกินติดต่อกัน 7 – 10 วัน การใช้รางจืดสำหรับถอนพิษยาฆ่าแมลง หรือสารพิษ ต้องใช้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้เกิดผลดี หากพิษซึมเข้าสู่ร่างกายในปริมารมาก หรือปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืนการถอนพิษด้วยรางจืดจะได้ผลน้อยลง ข้อควรระวังในการใช้ รางจืด สำหรับล้างพิษ ไม่ควรดื่มน้ำที่คั้นจากรางจืดนานติดต่อกันเกิน 30 วัน อาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำของในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน ควรระวังการใช้ร่วมกับยาอื่น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ใช้ยาอย่างต่อเนื่อง เพราะรางจืดอาจเร่งขับยาเหล่านั้นออกจากร่างกาย ควรเว้นระยะเวลารับประทานรางจืดจากยาตัวอื่นๆ ประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำและหญิงตั้งครรภ์ ควรปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมแผนปัจจุบัน หรือแผนไทยก่อนใช้ หลักการรับทานรางจืดอย่างถูกต้องและปลอดภัย เมื่อสรรพคุณของรางจืดคือ ยาถอนพิษ ตามคำแนะนำของแพทย์ควรดื่มในความเข้มข้นน้อย และหลีกเลี่ยงการดื่มติดต่อกันทุกวัน ส่วนในกลุ่มที่รับประทานรางจืดแบบสกัดออกมาเป็นผงแคปซูล ไม่ควรรับประทานติดต่อกันนาน 1 เดือน หากเป็นผู้ป่วยมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ยาแผนไทย เข้าไปทำลายคุณสมบัติของยาแผนปัจจุบันที่ใช้รักษาอยู่ ผลจากการทานรางจืดติดต่อกันนานเกินไป percy daily detox เนื่องจากรางจืดเป็นหนึ่งในพืชที่ถูกยกย่องให้เป็นสมุนไพรไทยที่มีประโยชน์ และมีสรรพคุณในการดูแลรักษาร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม จึงมีการนำเอารางจืดไปสกัด ทำเป็นแคปซูลและเป็นผงชงดื่ม การรับประทานสมุนไพรชนิดนี้ควรรับประทานด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเชื่อคำโฆษณามากเกินไป เพราะการรับประทานติดต่อกันนานเกินไป จะทำให้ตับและไตต้องทำงานหนักมากขึ้น อันตรายที่พบ การรับประทานรางจืดติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการนำเอามาทำเป็นแคปซูล พบว่ารางจืดจะทำให้เกิดการทำงานของระบบเลือดที่ผิดปกติได้ ซึ่งผลกระทบดังกล่าวมาจากการบริโภคติดต่อกันเป็นเวลานาน ตับและไตจะต้องทำงานหนักมากขึ้น จนกระทั่งส่งผลให้เกิดการความเสื่อมสภาพตามมา ผู้ป่วยที่มีการใช้ยารักษาโรคแผนปัจจุบันอยู่ด้วย หากไม่ได้ปรึกษาแพทย์ประจำตัวว่ารางจืดมีผลต่อยาและโรคหรือไม่ อาจจะเข้าไปเป็นตัวกระตุ้นโรคที่เป็นอยู่ให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งที่ผ่านมายังไม่มีข้อมูลที่รางจืดจะถูกนำมารับประทานเป็นส่วนประกอบของอาหาร การรับประทานรางจืดในระยะยาว แม้จะไม่ได้มีผลวิจัยออกมาแน่ชัด แต่แพทย์ให้ระวังอาการที่จะไปทำให้ระบบเลือดทำงานผิดปกติ สมุนไพรพื้นบ้านในบ้านเรานอกจากจะนำมาปรุงอาหารได้แล้ว ก็ยังมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ให้หายขาดได้ นับว่าเป็นเรื่องที่ดีและมีความปลอดภัยขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งจากการใช้ยาปฏิชีวนะในปัจจุบัน แต่ก็ยังอยากแนะนำเอาไว้ว่า สมุนไพรพื้นบ้านอย่างรางจืด ควรใช้ดื่ม หรือรับประทานกันอย่างพอดี เมื่ออาการเริ่มบรรเทาลงแล้วก็อยากให้ลดปริมาณลงตามลำดับ เพราะในข้อดีก็ยังคงมีเสียที่ตามมาอีกหลายอย่าง ไม่ควรบริโภคมากเกินไป หรือน้อยเกินไป อีกทั้งก็อยากให้ออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย สุขภาพของเราก็ได้ดีเต็มขั้น ไม่มีโรคใดๆ มาทำให้เราเจ็บไข้ได้ป่วยต่อไปอีก percy daily detox.

click อาหารเสริม ตับเป็นอวัยวะภายในที่จำเป็นต่อร่างกาย มีหน้าที่เอาสารอาหาร

click อาหารเสริม ตับเป็นอวัยวะภายในที่จำเป็นต่อร่างกาย มีหน้าที่เอาสารอาหารที่ผ่านการย่อยแล้วออกจากทางเดินอาหาร เช่นคาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน ยา หรือวิตามินต่างๆ ที่เรารับประทานเข้าไป ปรับเปลี่ยนให้เป็นสารอาหารที่เหมาะสมกับความต้องการใช้ในส่วนต่างๆ ของร่างกาย พร้อมทั้งทำหน้าที่สะสมสารอาหารเอาไว้ใช้เมื่อร่างกายต้องการ และขับของเสียออกจากร่างกายในรูปของน้ำดี สำหรับผู้มีปัญหาเกี่ยวกับตับ…สุขภาพดี มีอาหารบำรุงตับอักเสบที่ช่วยฟื้นฟู ซ่อมแซมตับมาฝากกันค่ะ สาเหตุการเกิดตับอักเสบ ตัวการที่ทำให้ตับเกิดการอักเสบคือ การดื่มสุราหรือแอลกอฮอล์ ไวรัสตับอักเสบชนิดต่าง ๆ การทานยาต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน การติดเชื้อจากภายนอก เมื่อตับเกิดการอักเสบจะส่งผลเสียต่อร่างกายทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมา ถ้าอักเสบมากจะส่งผลให้เกิดอาการตับแข็ง หากเป็นขั้นรุนแรงจะกลายเป็นมะเร็งตับ ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตในที่สุด วิธีรักษาตับอักเสบนอกจากจะต้องทานยาตามแพทย์สั่งแล้ว อาหารก็นับว่ามีความสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูให้ตับกลับมาทำงานได้เป็นปกติอีกด้วย click อาหารเสริม.

click อาหารเสริม
click อาหารเสริม 10 อาหารบำรุงตับอักเสบ

1 ถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์นมจากถั่วเหลืองอุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส ที่จำเป็นในการทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ และ จำเป็นต่อการสร้างน้ำดีของตับเพื่อทำการขับสารเคมีออกจากร่างกาย

2 ปลา เป็นอาหารบำรุงตับอักเสบที่พลาดไม่ได้ เพราะเนื้อปลามีโอเมก้า 3 และโปรตีน ย่อยง่าย ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญสามารถเข้าไปช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อตับที่เสียให้กลับมาดีขึ้นได้ click อาหารเสริม

3 ข้าวกล้อง ข้าวไม่ขัดสี ขนมปังโฮลวีท เผือก มัน อาหารประเภทนี้มีคาร์โบไฮเดรตดี วิตามินบีรวม ซึ่งร่างกายต้องได้รับในปริมาณเพียงพอ เพื่อสะสมและสร้างไกลโคเจนในตับ ซึ่งจำเป็นในการช่วยฟื้นฟูตับให้แข็งแรง

4 เนื้อ นม ไข่ มีโปรตีนที่ช่วยในการฟื้นฟูตับที่อักเสบได้ดีขึ้น เป็นอาหารบำรุงตับอักเสบที่หาทานง่าย ได้ประโยชน์ทุกส่วนของร่างกาย ไม่เฉพาะตับค่ะ

5 น้ำผลไม้คั้นสดๆ น้ำตาลคือคาร์โบไฮเดรตเป็นอาหารที่จำเป็นสำหรับการซ่อมแซม บำรุงตับ ซึ่งเราสามารถใช้คาร์โบไฮเดรตจากน้ำผลไม้แทนการรับประทานน้ำหวานจากน้ำตาล จะได้คุณค่าและได้ประโยชน์กว่าการบริโภคน้ำหวานโดยตรง

6 ผักที่มีกลูต้าไธโอน ผักประเภท กระเทียม หอมหัวใหญ่ หอมแดง ผักใบเขียว กะหล่ำปลี มีกลูต้าไธโอนสูง ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยในการขับสารพิษจากตับให้หมดจดนั่นเอง

7 ขมิ้นชัน มีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด ช่วยบำรุงฟื้นฟู ตับให้แข็งแรง ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ช่วยขับน้ำดี และไขมันในตับ

8 ผลไม้ต่างๆ ผลไม้ที่ควรรับประทาน ได้แก่ มะละกอสุก สาลี่ แอปเปิล ฝรั่งสุก กล้วยน้ำว้าสุกงอม มีคาร์โบไฮเดรตชนิดกากใยสูง ช่วยเสริมสร้างพลังงานที่บกพร่องไป ฟื้นฟูให้ตับแข็งแรง

9 ถั่วต่างๆ มีโปรตีนที่ช่วยซ่อมแซมและสร้างเซลล์ใหม่ของตับ

10 ผักต่างๆ ผักใบเขียว เช่น ผักโขม ผักกาดหอม ปวยเล้ง มีสรรพคุณช่วยล้างสารพิษและป้องกันการเกิดโลหะหนักในตับ ทำให้ตับสามารถซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและฟื้นฟูได้เร็วขึ้น

นอกจากอาหารที่ควรรับประทานแล้ว อาหารที่เราควรหลีกเลี่ยงเมื่อเป็นโรคตับอักเสบ ได้แก่ อาหารที่ย่อยยาก เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล เพราะผู้ป่วยอาจได้รับเชื้อจากอาหารเหล่านี้ อาหารประเภทหมักดองต่างๆ เนื่องจากอาหารประเภทนี้จะมีเกลือโซเดียม หรือ ผงชูรส เป็นอันตรายต่อตับ ดังนั้น ถ้าอยากให้ตับกลับมาแข็งแรง ก่อนจะหยิบอะไรเข้าปากให้คำนึงถึงประโยชน์และโทษให้ดี แต่ที่แน่ๆ 10 อาหารบำรุงตับอักเสบที่กล่าวมา ต้องหามาทานให้ได้นะคะโดยเฉพาะนักดื่มทั้งหลาย เพื่อสุขภาพตับที่สมบูรณ์แข็งแรงค่ะ

หนุ่มๆ ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการที่จะมีสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะที่ดีนั้นไม่ใช่ว่าจะได้มากันง่ายๆ ในขณะที่การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมต่างๆ ก็เป็นได้แค่เพียงการบำรุงผมจากภายนอกเท่านั้น ซึ่งการบำรุงผมที่จะเห็นผลอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดนั้นต้องเริ่มต้นมาจากภายในด้วย โดยผ่านทางอาหารที่เรารับประทานเข้าไป วันนี้ Sanook! Men มีรายชื่อ 20 สุดยอดอาหารบำรุงสุขภาพผมและหนังศีรษะมาบอกต่อ ลองมาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอาหารโปรดของใครกันบ้างหรือเปล่า?

1. เนื้อวัว อุดมไปด้วยโปรตีน, วิตามิน บี, ธาตุเหล็ก และแร่ธาตุต่างๆ ที่ช่วยในการบำรุงสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ รับประทานเป็นประจำคุณจะสังเกตได้ถึงความแตกต่างเลยล่ะ

2. ไข่ จัดเต็มไปด้วยสารไบโอติน และ วิตามิน บี ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยเพิ่มความเงางามให้แก่เส้นผมของคุณ

3. แครอท มีวิตามิน เอ ที่ช่วยบำรุงให้หนังศีรษะแข็งแรง ช่วยให้เส้นผมไม่หลุดร่วงง่าย

4. ผักใบเขียว อาทิ ผักโขม บร็อคโคลี่ กระหล่ำปลี ฯลฯ เป็นแหล่งวิตามิน เอ และ ซี ชั้นเยี่ยม ซึ่งช่วยบำรุงสุขภาพหนังศีรษะให้มีสุขภาพดี

5. ปลาแซลม่อน อุดมไปด้วยโปรตีน, วิตามิน ดี ซึ่งเป็นแหล่งสารอาหารหลักในการบำรุงสุขภาพเส้นผม นอกจากนี้ยังมีกรดไขมันโอเมก้า3 ที่ช่วยบำรุงหนังศีรษะให้ชุ่มชื่น ปราศจากปัญหารังแคกวนใจ

6. ลูกพรุน มีธาตุเหล็กสูง ช่วยป้องกันปัญหาผมร่วง และปัญหาผมลีบแบน ไร้น้ำหนัก

7. หอยนางรม ธาตุสังกะสีในหอยนางรม ช่วยให้ผมเงางาม ป้องกันปัญหาผมร่วง และขจัดปัญหารังแค

8. ชาเขียว สารโฟลีฟีนอลในชาเขียว มีคุณสมบัติบำรุงสุขภาพหนังศีรษะ click อาหารเสริม ช่วยให้เส้นผมเงางาม และที่สำคัญยังช่วยลดปัญหารังแคได้อีกด้วย

9. ข้าวกล้อง อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน และไฟเบอร์ ซึ่งนอกจากจะช่วยบำรุงสุขภาพผมและหนังศีรษะแล้ว ยังช่วยให้คุณอิ่มนาน และยังเป็นการช่วยคุณควบคุมน้ำหนักได้อีกทางหนึ่งด้วย

10. วอลนัท สุดยอดถั่วที่เป็นแหล่งอาหารบำรุงผมที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3, ไบโอติน, วิตามิน อี และแร่ธาตุต่างๆ ในการช่วยบำรุงสุขภาพเส้นผมให้เงางาม

11. ถั่วลันเตา มีสารอาหารที่จำเป็นต่อการบำรุงสุขภาพหนังศีรษะและเส้นผม อาทิ ธาตุเหล็ก, สังกะสี และ วิตามิน บี

12. มันเทศ ซึ่งนอกจากจะทำให้อิ่มท้องแล้ว ยังมีสารเบต้าแคโรทีนซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามิน เอ ช่วยบำรุงสุขภาพหนังศีรษะให้แข็งแรง ทำให้ออกซิเจนไหลเวียนไปบำรุงรากผมได้ดี เส้นผมก็จะแข็งแรงขึ้น

13. พริกหวาน ไม่ว่าจะสีเขียว เหลือง หรือแดง เป็นแหล่งวิตามินซีชั้นยอด ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงหนังศีรษะได้ดีขึ้น บำรุงเส้นผมให้แข็งแรง ไม่แตกหรือหักง่าย

14. ธัญพืช เป็นสุดยอดอาหารบำรุงผมที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว จัดเต็มให้คุณทั้งวิตามิน ไฟเบอร์ และแร่ธาตุต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเส้นผม แถมยังช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่ายให้ดีขึ้นอีกด้วย

15. บลูเบอร์รี่ อุดมไปด้วยวิตามิน ซี ซึ่งมีส่วนช่วยนำพาออกซิเจนไปเลี้ยงหนังศีรษะได้ดี ทำให้รากผมและหนังศีรษะแข็งแรง

16. เบคอน ซึ่งถึงแม้จะให้แคลอรี่สูง แต่ก็อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเส้นผม ทั้งโปรตีน วิตามิน บี และสังกะสี

17. กุ้ง มีวิตามิน B12 รวมไปถึงธาตุเหล็ก และสังกะสี ช่วยป้องกันปัญหาผมหลุดร่วงง่าย และยังช่วยให้ผมยาวเร็วขึ้นอีกต่างหาก

18. เมล็ดฟักทอง ถือเป็นอีกแหล่งอาหารสำคัญของเส้นผม ให้โปรตีนสูง แถมยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3, ธาตุเหล็ก และสังกะสี ซึ่งมีส่วนสำคัญในการบำรุงสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ

19. คอตเตจชีส (Cottage Cheese) มีแคลเซียม และ โปรตีนสูง ใครอยากมีสุขภาพผมและหนังศีรษะที่ดี ลองเพิ่มคอตเตจชีสลงไปในเมนูมื้อเช้าของคุณดูซิ ส่วนเรื่องน้ำหนักก็ไม่ต้องกังวลกันไป เพราะคอตเตจชีสนั้นจัดว่าเป็นชีสที่มีไขมันต่ำชนิดหนึ่งเลยล่ะ

20. น้ำ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับสุขภาพผมและหนังศีรษะที่ดี หนุ่มๆ ควรดื่มน้ำไม่ต่ำกว่าวันละ 8 แก้ว เพื่อให้หนังศีรษะมีความชุ่มชื่น เลือดไปเลี้ยงรากผมได้ดีขึ้น และยังเป็นการช่วยนำพาสารอาหารที่จำเป็นไปหล่อเลี้ยงรากผม เพื่อสุขภาพผมและหนังศีรษะที่ดีในที่สุด

ทราบถึงรายชื่อสุดยอดอาหารบำรุงเส้นผมกันไปแล้ว หนุ่มๆ ที่อยากให้เส้นผมและหนังศีรษะมีสุขภาพดี ปราศจากรังแคกวนใจ ก็ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคู่ไปกับการใช้แชมพูขจัดรังแค รับรองว่าสุขภาพผมดีอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วล่ะ click อาหารเสริม.

bioastin พืชที่จัดอยู่ใน subkingdom thallophyta แบ่งได้เป็น 2 พวกใหญ่ ๆ

bioastin พืชที่จัดอยู่ใน subkingdom thallophyta แบ่งได้เป็น 2 พวกใหญ่ ๆ คือ algae และ fungi รูปร่างขนาดของพืชมีตั้งแต่ขนาดเล็กต้องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ จนถึงขนาดใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายพืชชั้นสูง algae มี 6 divisions ส่วน fungi มี division คือ bacteria, slime fungi และ true fungi ลักษณะทั่วไปที่พืชใน subkingdom นี้มีเหมือนกันคือ ไม่มี true roots, leaves, stems และ vascular tissue (xylem, phloem) จัดเป็นพืชชั้นต่ำมี primitive plant body เรียกว่า thallus นอกจากนี้ reproductive structures ส่วนใหญ่จะเป็นแบบเซลเดียว zxgotes ที่ได้หลังการผสมพันธุ์จะเจริญแบ่งตัวมีรูปร่างเป็นหลายเซลหลังจากหลุดออกมาจาก female sex organs bioastin.

bioastin

bioastin สาหร่ายทั้งหมดมี chlorophyll สามารถสังเคราะห์แสงได้รูปร่างทั่วไปไม่มีรากลำต้นและใบที่แท้จริงส่วนใหญ่แล้วอยู่ในน้ำ ทั้งน้ำจืดและน้ำทะเล สาหร่ายทุก division มีรูปร่างลักษณะต่างกัน มีวิวัฒนาการจัดอยู่ในระดับเดียวกัน เชื่อกันว่าแต่ละ division มีวิวัฒนาการมาจาก ancestral stock ต่างกัน พวกที่เป็น free floating และ free swimming เรียกว่า phytoplankton สาหร่ายแบ่งเป็น 6 division โดยอาศัยสีของ pigment และลักษณะภายนอก เช่น flagella ของเซลสืบพันธุ์ bioastin

Division Cyanophyta (Blue green algae)

สาหร่ายใน division นี้มีประมาณ 2000 species ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในน้ำจืดอาจอยู่เซลเดียวโดด ๆ หรืออยู่รวมกันเป็นกลุ่ม (colony) การศึกษา fossil plant พบ fossil ของ blue green algae ซึงพอประมาณอายุได้ว่าเกินพันล้านปี  จึงเชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดึกดำบรรพ์มากที่สุด (primitive) ลักษณะที่แสดงว่า primitive อีกอย่างหนึ่งคือ cell structure เซลมีสีน้ำเงินและปกคลุมด้วย gelatinous sheath ไม่มี nucleus แต่มี nuclear material กระจายอยู่ที่ส่วนกลางเซล pigment ประกอบด้วย chlotophyll a, carotenoid และ phycocyanin ซึ่งเป็น pigment สีน้ำเงินพวกที่อยู่ในทะเลแดงจะมี pigment สีแดง (Phycoerythrin) จึงเป็นเหตุให้น่านน้ำนั้นได้ชื่อว่า Red sea   pigments เหล่านี้ไม่ได้อยู่ใน chloroplast อย่างพืชชั้นสูงแต่อยู่กระจายทั่วไปใน cytoplasm การสืบพันธุ์เป็นแบบ asexual เท่านั้นโดย fission ผลที่ได้จากการสืบพันธุ์ไม่มี flagellated cells อาหารถูกเก็บสะสมในสภาพของแป้ง ตัวอย่าง blue green algae ได้แก่ Nostoc และ Anabaena

Division – Chlorophyta (green algae)

สาหร่ายใน division นี้ มีประมาณ 6,000 species มีลักษณะหลายอย่างที่พอเชื่อได้ว่า พืชชั้นสูงมีวิวัฒนาการมาจาก green algae   green algae ส่วนใหญ่เป็นพวกน้ำจืด มีบาง species ที่อยู่ในน้ำเค็มบางชนิดก็อยู่บนบก (terrestrial) ตามดินหรือหินที่ชุ่มชื้น และตามเปลือกต้นไม้ใหญ่ สาหร่ายสีเขียวเป็นพวกเซลเดียว (unicellular) bioastin แต่อาจอยู่รวมเป็นกลุ่ม (colonies) เป็นรูปร่างคล้ายใบไม้หรือเป็นเส้น (filament) แต่ละเซลมี nucleus อยู่ 1 อัน cell wall ประกอบด้วย cellulose อาหารถูกเก็บไว้ในเซลในรูปของแป้ง

การสืบพันธุ์ มีทั้งแบบ asexual และ sexual ทั้งนี้แล้วแต่ species แบบ asexual โดยการแบ่งเซล และ fragmentation หรือสร้าง  spore ในเซล แบบ sexual โดยการรวมตัวของ ganetes  green algae ที่ถือว่า primitive ที่สุด เป็นพวกเซลเดียวโดด ๆ เซลเคลื่อนที่ได้โดนอาศัย flagella ตัวอย่างได้แก่ chlamydomonas ซึ่งเป็นพวกที่เก่าแก่และเชื่อว่าเป็นพวกที่วิวัฒนาการไปเป็นพืชชั้นสูง รูปร่างทั่วไปเป็นเซลเดียว กลมๆ มี cell wall เป็น cellulose ในเซลมี chloroplast ใหญ่รูปถ้วย ซึ่งภายในมี pyrenoid เป็นแหล่งเก็บสะสมแป้ง (starch) นอกจากนี้ยังมี eye spot สีแดง nucleus ที่กลางเซล 1 อัน และ contractile vacuole 2 อัน การสืบพันธุ์เป็นแบบ asexual โดยสร้าง spores 2 – 3 อันในเซล spore นี้ว่ายน้ำได้โดยอาศัย flagella จึงมีชื่อเรียกว่า zoospore การสืบพันธุ์แบบ sexual เซลสร้าง gametes โดยแบ่งตัวแบบ mitosis หลายครั้ง แล้วจึงปล่อย ganetes ออกมาผสมกันภายนอก zagote ที่ได้แบ่งตัวแบบ meiosis อีก 1 ครั้งได้ zoospore 4 แต่ละเซลจะเติบโตไปเป็น mature cell ต่อไป green algae หลายชนิด อยู่รวมกันเป็นสาย เช่น Ulothrox, Oedogonium

Evolution of sexual reproduction in green algae

การสืบพันธุ์ของ green algae ที่ primitive เป็นแบบแบ่งเซลแบบธรรมดาจากหนึ่งเป็นสอง แต่ในพวกที่มีวิวัฒนาการก้าวหน้าออกไป การสืบพันธุ์แบบ sexual เป็นไปโดยการผสมพันธุ์ของ gametes   gametes มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับ zoospore ที่ได้โดยวิธี asexual ต่างกันเพียงแต่มีขนาดเล็กกว่าเท่านั้น ตัวอย่าง green algae ที่มี primitive sexual reproduction ไดแก่ Ulothrix

ในพวกที่ advance ออกมาอีกเช่น Oedogoniun male และ female gametes จะมีรูปร่างต่าง ๆ กัน และยังมี male และ female sex organs อีก สิ่งเหล่านี้เป็นลักษณะรากฐานของการสืบพันธุ์ของพืชชั้นสูง ฉะนั้นจึงเชื่อกันว่าพืชชั้นสูงมีวิวัฒนาการมาจาก green algae

Division – Pheophyta (brown algae)

สาหร่ายสีน้ำตาลมีประมาณ 1,000 species ลักษณะที่ต่างไปจากสาหร่ายพวกอื่น คือ มี  golden – brown pigment (fucoxanthin) ซึ่งทำให้สาหร่ายพวกนี้มีสีน้ำตาล ที่เหมือนกับสาหร่ายอื่น ๆ มี chlorophyll a, c และ carotenoid รูปร่างทั่วไปเป็นพวกที่เคลื่อนที่ไม่ได้ (nonmotile) ที่แปลกออกไปอีกอย่างหนึ่ง คือ เป็นพวกหลายเซล เซลรวมกันเป็น thallus ซึ่งมีตั้งแต่พวกที่ประกอบด้วยเซลเพียงสองสามเซล จนถึงพวกที่มีขนาดใหญ่ยาวถึง 100 ฟุตหรือมากกว่า อาหารถูกเก็บสะสมไว้ในเซลในรูปของ oil หรือ carbohydrate

การสืบพันธุ์มีทั้งแบบ asexual และ sexual แบบ asexual อาจเป็น fragmentation หรือสร้าง zoospores หรือ spores ที่เคลื่อนที่ไม่ได้ แบบ sexual โดยการรวมตัวของ gametes  gametes อาจมีรูปร่างเหมือนกันหรือต่างกันก็ได้ สาหร่ายสีน้ำตาลที่มีอยู่ทั่วไปในแถบชายฝั่งเขตอบอุ่นทางเหนือ ได้แก่ Fucus รูปร่างประกอบด้วยส่วนที่ทำหน้าที่เป็นราก เรียกว่า hold fast ส่วนที่ทำหน้าที่เป็นลำต้น เรียก stipe และ frond ซึ่งทำหน้าที่คล้ายใบ แต่ภายในกลวง มีอากาศช่วยให้ต้นสาหร่ายลอยอยู่ในน้ำได้ ส่วนปลาย frond เป็นรูปทรงกลม ภายในเป็นช่องกลม ๆ ซึ่งเป็น receptacle ใน receptacles มี sex organs  male sex organ และ female sex organ อาจอยู่ใน receptacle อันเดียวกันก็ได้ ทั้งนี้แล้วแต่ species   Fucus สืบพันธุ์ แบบ asexual โดยวิธี fragmentation ไม่สร้าง zoospore เหมือนบาง species

brown algae บางชนิด ลักษณะคล้ายกับพืชชั้นสูง คือ มี epidermis, cortex, cambium และ phloem ความสำคัญของสาหร่ายพวกนี้ คือใช้เป็นอาหารได้ บาง species มีสาร algin ซึ่งนำมาใส่ในไอศกรีมช่วยให้เป็นครีมดีขึ้น

Division – Rhodophyta (red algae)

สาหร่ายแดงทั้งหมดอยู่ในน้ำเค็ม มีประมาณ 3,000 species ต่างไปจาก division อื่น คือ มี pigment สีแดงที่เรียกว่า phycoerythrin อยู่ใน chloroplast นอกจากนี้ยังมี chlorophyll a, d และ carotenoid สาหร่ายแดงเป็นพวกหลายเซล (muliticellular) อาหารที่ถูกเก็บเป็นพวก floridean starch ซึ่งเป็นสารประกอบคล้ายแป้ง แต่ไม่ละลายน้ำเหมือนแป้ง ลักษณะที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ ไม่มีเซลสืบพันธุ์ที่ว่ายน้ำได้ สาหร่ายแดงมีมากในทะเลเขตอบอุ่น แต่เมื่อเทียบกับสาหร่ายสีน้ำตาลแล้วก็มีจำนวนน้อยกว่ามากสืบพันธุ์แบบ sexual โดยการรวมตัวของ gametes ที่มีรูปร่างแตกต่างกันใน female sex organ ประโยชน์ของสาหร่ายแดง คือ ใช้ทำวุ้น และยังสามารถใช้แทน gelatin ในการทำขนม ไอศกรีมและยาสีฟันได้อีกด้วย bioastin.

healthway grape seed ในเมล็ดองุ่นจะมีสารจำพวก Oligoneric Proantho Cuanidin(OPC)

healthway grape seed ในเมล็ดองุ่นจะมีสารจำพวก Oligoneric Proantho Cuanidin(OPC) ซึ่งมีปะโยชน์ช่วยสร้างคอลาเจนธรรมชาติให้กับผิวพรรณ ทำให้หน้าดูเต่งตึงอ่อนวัยป้องกันริ้วรอย ฝ้ากระ ตีนกา รอยเหี่ยวย่นบนผิวหนัง ด้าวยความที่องุ่นมีวิตามินที่สูง ดังนั้นนักจากช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้ผิวพรรณ สวยใสแลดูอ่อนเยาว์ตลอดเวลา Grape Seed Extract  สารสกัดจากเมล็ดองุ่น  อนุภาพสูงกว่าวิตามินซี 20 เท่า และสูงกว่าวิตามินอีกว่า 50 เท่า Grape Seed Extract  คือ อาหารเสริม Grape Seed Extract  สารสกัดจากเมล็ดองุ่น เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง  Super antioxidant  ยับยั้งการทำลายคอลลาเจน  ในเมล็ดองุ่น มีสารสำคัญคือ OPCs สารต้านอนุมูลอิสระที่เคลื่อนที่ได้คล่องแคล่ว มีอนุภาพสูงกว่าวิตามินซี 20 เท่า และสูงกว่าวิตามินอีกว่า 50 เท่า  คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวพรรณ ช่วยให้ผิวหน้าเนียนใส เปล่งปลั่ง ชะลอริ้วรอยแห่งวัยได้ดีเยี่ยม สาร OPCs ช่วยยับยั้งการเกิดเม็ดสีเมลานินที่มีมากเกินความจำเป็น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกระ ฝ้า และความหมองคล้ำบนผิวหน้าอีกด้วยGrape Seed Extract  ดีอย่างไร ทำไมคนถึงสนใจ และอยากลองทานกัน  เราลองศึกษาอย่างคร่าวๆกันเลยครับ healthway grape seed.
healthway grape seed
healthway grape seed ประโยชน์ คุณสมบัติของ Grape Seed Extract  สารสกัดจากเมล็ดองุ่น

สรรพคุณ grape seed เป็น Super antioxidant สามารถจับกับอนุมูลอิสระได้ดี ต้านอนุมูลอิสระได้ทุกรูปแบบและจำนวนมาก

ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว ภายใน 20 – 30 นาที จากนั้นจึงกระจายไปสู่อวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ และยังคงอยู่ภายในร่างกายได้นาน 72 ชั่วโมง

สามารถรวมตัวได้ดีกับคอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบของผิวหนัง หลอดเลือดและอวัยวะต่างๆ จึงทำให้เซลล์ผิวหนังแข็งแรงไม่เหี่ยวย่น หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นดี ไม่เปราะหรือแตกง่าย และผลที่น่าพอใจมาก คือ กรณีเส้นเลือดขอด (varicose vein) ริดสีดวงทวาร โดยเฉพาะอวัยวะที่มีเส้นเลือดฝอยละเอียดอ่อนมากที่สุด คือ ดวงตา ซึ่ง Retina ต้องใช้เลือดหล่อเลี้ยงมาก จึงใช้ในการป้องกัน การเสื่อมของดวงตา โรคต้อกระจก โรคจอประสาทตาเสื่อม จากโรคเบาหวาน (หลอดเลือดฝอยเสื่อมสภาพจากน้ำตาลล้นเกิน) healthway grape seed

ทำงานร่วมกับวิตามินซี ในการทำให้คอลลาเจนทั่วร่างกายแข็งแรงขึ้น และยังช่วยป้องกันการสูญเสียวิตามินซี และวิตามินอี

สามารถผ่านแนวกั้นสมอง (blood brain barrier) ได้ จึงป้องกันสมองมิให้เสียหายจากอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคสมองเสื่อมหรือ โรคอัลไซเมอร์ โดยที่ OPCs จะเข้าไปขัดขวางการทำลายเซลล์สมองจากอนุมูลอิสระ

ลดการหลั่งสารพรอสตาแกลนดินบางชนิด ที่ทำให้ปวดและอักเสบ จึงอาจใช้ลดอาการปวดก่อนมีประจำเดือนได้

ในระบบหัวใจและหลอดเลือด สารสกัดจากเมล็ดองุ่นจะช่วยยับยั้งการเกาะตัวของคอเลสเตอรอลที่ผนังหลอดเลือด เพิ่มความสามารถในการไหลเวียนโลหิต ส่งเสริมให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรงไม่เปราะหรือแตกหักง่าย ช่วยบรรเทาอาการเส้นเลือดขอดหรือโป่งพองได้ ป้องกันโรคหัวใจ บรรเทาอาการมือและเท้าชา

ลดอาการภูมิแพ้ มีคุณสมบัติในการต้านสารฮีสตามีนจึงช่วยลดอาการภูมิแพ้ หอบหืด

ช่วยลดริ้วรอย ฝ้าและกระให้จางลง โดย OPCs จะช่วยต้านอนุมูลอิสระที่มาทำลายคอลลาเจน อิลาสตินและการผลิตเม็ดสี อันเป็นสาเหตุทำให้ผิวเสื่อมสภาพและเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร

จากคุณสมบัติยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้หลอดเลือดฝอยแข็งแรง สามารถนำสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์ผิวได้ดี ดังนั้น สารสกัดจากเมล็ดองุ่น จึงช่วยให้ผิวยืดหยุ่นดี และดูสดใส มีน้ำมีนวลสวยอยู่เสมอ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด เพิ่มความแข็งแรงให้กับหลอดเลือด

ประโยชน์ของสารสกัดจากเมล็ดองุ่น มีอย่างมากมายจึงเป็นอาหารเสริมอีกตัวที่อยากแนะนำให้ลองทาน ทั้งเพื่อสุขภาพผิวและสุขภาพร่างกายโดยรวม

Grape seed Extract ยี่ห้อไหนดี  คงตอบได้ยาก เพราะมีหลายยี่ห้อมากในท้องตลาด แต่จากที่ผมเองก็ลองทานมาหลายตัว ก็จบลงที่ตัวนี้คือ Maxi Organic Red Grape Seed 30000 mg ซึ้งสำหรับผมแล้ว ตัวนี้ดีที่สุด โดยผมจะกินคู่กับวิตามินซี นอกจากผมแล้วก็มีลูกค้าหลายท่านที่ ทานแล้วก็ บอกว่าพอใจกับผลตอบรับ ในด้านของผิวพรรณที่ทั้งสัมผัสและรู้สึกได้ว่าดีขึ้นจากเดิม

ถ้าจะกล่าวถึง อาหารเสริม หรือ ครีมบำรุงผิวหน้า ในปัจจุบันนี้ ที่ออกวางขายสู่ตลาด ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นได้ว่า

จะมีส่วนผสมอยู่ไม่กี่อย่าง ที่จะเป็นขาประจำของอาหารเสริมเพื่อความงามลดสิว ฝ้า กระ

ซึ่งในแต่ละผลิตภัณฑ์นั้น จะมี “สารสกัดจากเมล็ดองุ่น” หรือไม่ก็ “สารสกัดจากเปลือกสน” เป็นตัวหลักๆ อยู่ในทุกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงผิว เลยก็ว่าได้

หลายคนก็คงอยากรู้ว่า สารสกัดจากเมล็ดองุ่น นั้นดีอย่างไร ถึงขนาดได้เป็นตัวจริง ในทุกผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ที่มีขายอยู่ในท้องตลาดขณะนี้

เมล็ดองุ่น (Grape Seed) ขึ้นชื่อว่า เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่รู้จักกันดี healthway grape seed  มีประสิทธิภาพสูง สามารถลดอาการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด และสามารถปรับปรุงการทำงานของหัวใจ

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Oligomeric Proanthocyanidins (โอลิโกเมอริก โปรแอนโธไซยานิดินส์) หรือ OPCs
OPCs หรือ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น คืออะไร

Grape-Seed-Extract

OPCs เป็นสารสำคัญอีกชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในกลุ่มของไบโอฟลาโวนอยด์ มีคุณสมบัติที่สำคัญ ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง และละลายน้ำได้ดี

ดังนั้น จึงมีประสิทธิภาพมาก ในการปกป้องเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย จากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ

รวมถึงมีประสิทธิภาพ ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มากกว่าวิตามินซีถึง 20 เท่า และมากกว่า วิตามินอีถึง 50 เท่า
OPCs
… ที่สกัดจากเมล็ดองุ่น ยังมี OPCs เข้มข้นถึง 80-95 % ในขณะที่สกัดจากเปลือกสนจะมี OPCs เพียง 85% (สารสกัดจากเมล็ดองุ่น มีสัดส่วนของ OPCs ชนิดต่างๆ

ซึ่งต่างจากสารสกัดจากเปลือกสน จึงทำให้คุณสมบัติแตกต่างกัน โดยที่สารสกัดจากเปลือกสน จะเด่นในเรื่อง ลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ เท่านั้น

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น จึงช่วยรักษาความกระชับ เต่งตึงของผิว ขณะเดียวกัน ก็ป้องกันริ้วรอยหยาบกร้านได้ นอกจากนี้ ในผู้ที่มีปัญหาฝ้า หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น จะสามารถช่วยลดความเข้มของสีผิว บริเวณที่ดำคล้ำลง จึงทำให้ผิวหน้าดูกระจ่างใส

จึงทำให้เมล็ดองุ่นสกัด ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในวงการเครื่องสำอางค์ เเละอาหารเสริม healthway grape seed.

ยาสีฟันสมุนไพร สมุนไพรไทยที่นำมาใช้ในยาสีฟัน ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยข่อย

ยาสีฟันสมุนไพร สมุนไพรไทยที่นำมาใช้ในยาสีฟัน ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยข่อย ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีตั้งแต่โบราณมาแล้ว ส่วนที่นำมาใช้คือ กิ่งเล็กๆ หรือเปลือก เนื่องจากพบว่าเปลือกข่อยมีสารเทนนิน ซึ่งมีฤทธิ์ในการระงับเชื้อได้ ในขณะเดียวกันจะช่วยเคลือบฟันได้ด้วย กานพูล ส่วนที่นำมาใช้มักจะเป็นดอกซึ่งมีน้ำมัน มีฤทธิ์ในการระงับเชื้ออย่างอ่อน นอกจากนี้ก็มี เกลือ ลิ้นทะเล (กระดองปลาหมึก) ใช้เป็นผงขัดฟัน พิมเสน การบูร ชะเอมเทศ ใช้ในการปรุงแต่งรสชาติ ส่วนสมุนไพรต่างประเทศที่นำมาผสมในยาสีฟัน จะพบว่ามีตัวหลักๆ คือ คาโมไมล์ ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ เมอร์เปปเปอร์มิ้นท์ เสจ เอคชินาเซีย แรททาเนีย เป็นสมุนไพรที่นำมาผสมในยาสีฟันเพื่อช่วยในการรักษาโรคเหงือก โสม (Ginseng) เป็นสมุนไพรที่มักใช้เป็นยาบำรุงกำลังก็มีการนำมาผสมในยาสีฟันก๊กเลี้ยง จาเป่า และรัสตี้  ยาสีฟันสมุนไพร.

ยาสีฟันสมุนไพร
ยาสีฟันสมุนไพร ปัญหาจากการใช้ยาสีฟัน
ปัญหาจากการใช้ยาสีฟันโดยปกติแล้วจะพบได้น้อยมาก ที่อาจจะพบได้บ้าง ก็คือ การแพ้ยาสีฟัน เยื่ออ่อนในช่องปากจะเกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง บางรายอาจมีอาการบวม แดงที่ริมฝีปาก สาเหตุเกิดจากการแพ้สารบางตัวในยาสีฟันนั่นเอง เช่น บางคนจะแพ้เมนทอล ซึ่งเป็นสารแต่งกลิ่นและรสยาสีฟัน หรืออาจจะแพ้ฟลูออไรด์ในยาสีฟัน วิธีแก้ไขก็คือ เปลี่ยนไปใช้ยาสีฟันอื่นที่มีสารตัวนั้นน้อยลง
การใช้ยาสีฟันบางชนิดเพื่อขจัดคราบบุหรี่ และคราบอาหาร ซึ่งจะมีผงขัดมาก ก็อาจจะเกิดปัญหาทำให้ฟันสึกได้ จึงไม่ควรใช้ทุกวัน
ยาสีฟันบางชนิดผสมสมุนไพร มีฤทธิ์เป็นยาฝาดสมานทำให้เหงอกดูเหมือนแน่นขึ้น ซึ่งต้องระวังในผู้ที่เป็นโรคปริทันต์ ซึ่งอาจมีหินปูนอยู่ใต้เหงือก ยังไม่ได้ขูดออก อาจมีการติดเชื้อใต้เหงือกเกิดขึ้นได้ ยาสีฟันสมุนไพร
หลักการเลือกใช้ยาสีฟัน
ในการใช้ยาสีฟันควรพิจารณาสิ่งต่อไปนี้คือ
– เป็นยาสีฟันประเภทครีม (Paste) หรือ เจล (Gel) เพราะจะไม่ทำให้ฟันสึกมากเมื่อเทียบกับชนิดผง
– มีฟลูออไรด์ผสมอยู่ด้วยเพราะสามารถช่วยป้องกันฟันผุได้
– มีราคาเหมาะสมเมื่อเทียบกับคุณภาพของยาสีฟัน
– เลือกตามปัญหาของแต่ละคน เช่น ผู้ที่มีอาการเสียวฟันอาจใช้ยาสีฟันที่แก้การเสียวฟันโดยเฉพาะ และเมื่อหมดอาการแล้วก็อาจจะใช้ยาสีฟันชนิดธรรมดาก็ได้
– นอกจากนี้เวลาแปรงฟันควรให้ยาสีฟันสัมผัสกับผิวฟันไม่น้อยกว่า 2 นาที จึงจะเป็นการใช้ยาสีฟันในการป้องกันฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า

ยาสีฟันที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน พวกเราเคยสงสัยหรือไม่ว่ายาสีฟันช่วยรักษาฟันได้อย่างไร และเราควรเลือกซื้อชนิดไหนที่เหมาะสมกับแต่ละคน

ปัจจุบันจะพบโฆษณายาสีฟันที่ใช้แล้วทำให้ฟันขาว ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่า ยาสีฟันเป็นยาวิเศษ ความจริงยาสีฟันไม่มีประสิทธิภาพทำให้ฟันขาวขึ้นจากธรรมชาติของแต่ละคน หากแต่กลไกการทำงานของยาสีฟันจะทำหน้าที่ขจัดคราบที่เกาะติดอยู่ ทำให้เห็นเนื้อฟันที่ขาวโดยธรรมชาติให้ปรากฏขึ้นเท่านั้น เช่นเดียวกับน้ำยาล้างรถ เมื่อเราล้างรถให้สะอาด ก็จะเห็นสีรถเป็นเงางามสดใส ยาสีฟันก็เช่นกัน

ยาสีฟันในท้องตลาดมีหลากหลายยี่ห้อหลากหลายคุณภาพ การแข่งขันทำให้ผู้ผลิตพยายามพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ถูกใจผู้บริโภค โดยการเติมสารฟอกขาวในยาสีฟันเพื่อฟอกและกัดให้ฟันขาว สารฟอกขาวเหล่านี้หากใช้นานๆ จะมีผลไปกัดกร่อนเนื้อฟันชั้นนอกออกจนหมด ผลก็คือฟันจะเริ่มเหลืองและจะเสียวฟันต่อความร้อน-เย็น

ยาสีฟันทำงานอย่างไร?

ช่องปากเปรียบเสมือนสวนสัตว์เล็กๆ ส่วนตัว ประกอบไปด้วยเชื้อจุลินทรีย์กว่า 500 ชนิดอยู่รวมกันซึ่งเป็นสิ่งตกค้างจากเศษอาหารที่เกาะอยู่ตามซอกฟัน เชื้อจุลินทรีย์เจริญเติบโตได้จากเศษอาหารที่ตกค้างในปาก และหมักหมมจนก่อให้เกิดกรดและสารระเหยของซัลเฟอร์โมเลกุล กรดที่เกิดขึ้นจะกัดกร่อนเนื้อฟันให้ผุจนเป็นหลุม ในขณะที่สารระเหยของซัลเฟอร์โมเลกุลจะระเหยออกจากช่องปากส่งกลิ่นเหม็นทุกครั้งที่เราพูด

ยาสีฟันจะทำงานร่วมกับแปรงสีฟัน ขัดและขจัดคราบและเศษอาหารตามซอกฟันออก ทำให้ช่องปากและฟันสะอาด เป็นการต่อต้านการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ยาสีฟันประกอบไปด้วยผงขัดฟัน เช่น แคลเซี่ยมฟอสเฟท อลูมินา แคลเซี่ยมคาโบเนท และ แคลเซี่ยมซิลิกา ยาสีฟันที่ดีควรจะมีปริมาณและชนิดผงขัดฟันเหมาะสมและเพียงพอที่จะขัดคราบที่เกาะอยู่บนผิวฟันได้ แต่ต้องไม่มากเกินไปหรือไม่ใช่ชนิดที่หยาบเกินไปเพราะจะไปทำลายเนื้อฟัน ทำให้เสียวฟันและฟันเหลือง

ยาสีฟันยังประกอบไปด้วยสารทำความสะอาดที่ทำให้เกิดฟองเวลาสีฟัน สารทำความสะอาดในยาสีฟันส่วนใหญ่คือ โซเดียมลอริ่วซัลเฟท สารดังกล่าวมักจะมีกลิ่นเคมีรุนแรง ทำให้ผู้ผลิตจำเป็นต้องกลบกลิ่นด้วยสารแต่งกลิ่นอื่นๆ ในปริมาณเข้มข้น และเนื่องจากลิ้นของคนเราสามารถรับรสได้มากมาย ดังนั้นยาสีฟันจึงต้องปรุงแต่งรสให้ออกหวานเล็กน้อย ส่วนใหญ่มักนิยมใช้น้ำตาลสังเคราะห์ เช่น แซคคาริน สารแต่งรสหวานก็นับเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ฟันผุได้ ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์แนะให้ผู้ผลิตหันมาใช้สารแต่งรสหวานจากธรรมชาติคือ ไซลิทอล (xylitol) ยาสีฟันสมุนไพร ซึ่งปลอดภัยและไม่มีผลทำให้ฟันผุ แต่ราคาจะแพงกว่าชนิดอื่นๆ นอกจากนั้นสาระสำคัญในยาสีฟันยังนิยมที่จะใส่ ‘ฟลูออไรด์’ สารชนิดนี้เมื่อแทรกอยู่ในเนื้อฟัน จะช่วยต่อต้านกรดที่เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ ป้องกันฟันผุอย่างได้ผล

ปัญหายาสีฟัน

1. ยาสีฟันส่วนใหญ่ประกอบไปด้วย โซเดียมลอริลซัลเฟท ซึ่งเป็นสารทำความสะอาดและก่อให้เกิดฟองมากมายในช่องปากทุกครั้งที่เราสีฟัน สารชนิดนี้ก่อให้เกิดแผลในช่องปากซึ่งอาการข้างเคียงในประชากรประมาณ 20%

2. ยาสีฟันที่มีองค์ประกอบของสารขัดฟันมากเกินไป เพื่อวัตถุประสงค์ให้ฟันสะอาดและขาว หากใช้เป็นประจำและใช้ไปนานๆ จะเสียวฟันเมื่อได้รับความร้อน-เย็นจากอาหาร เพราะเนื้อฟันชั้นนอกจะสึก วิธีเลือกซื้อยาสีฟัน

1. โดยทั่วไป ยาสีฟันชนิดไหนก็น่าจะใช้ได้ทั้งนั้นถ้าประกอบไปด้วยฟลูออไรด์ ซึ่งจะช่วยป้องกันฟันผุและช่วยให้ฟันแข็งแรง

2. แนะนำให้เลือกใช้ยาสีฟันที่ประกอบไปด้วยสารขัดฟันในปริมาณน้อย จะได้ไม่ทำให้ชั้นนอกของเนื้อฟันหรือ อีนาเมล (enamel) ถูกทำลาย แม้ว่าสารขัดฟันจะช่วยให้ฟันสะอาดและขาว แต่ผลเสียคือทำให้ชั้นอีนาเมลสึก เนื้อฟันชั้นในคือเดนทิน (dentin) ซึ่งมีรูพรุน อุณหภูมิร้อนเย็นจากอาหารจะสามารถแทรกซึม และสัมผัสกับปลายเส้นประสาท ผลคือจะเสียวฟันทุกครั้งที่รับประทานอาหารร้อนหรือเย็นจัด

การเลือกใช้ยาสีฟันตามลักษณะอาการ

– ผู้ที่มีแผลในช่องปากบ่อยๆ อาจเกิดจากสารทำความสะอาดหรือสารก่อฟองในยาสีฟันคือ โซเดียมลอริ่วซัลเฟท ควรหันไปซื้อชนิดอื่นที่ปราศจากสารดังกล่าวแทน ซึ่งมักจะระบุที่ข้างหลอดหรือกล่องบรรจุว่า ปลอดภัยสำหรับอีนาเมล หรือ ยาสีฟันช่วยให้ฟันขาว คุณสมบัติของยาสีฟันจะขจัดคราบที่ติดแน่นที่ผิวฟัน เช่น คราบบุหรี่ กาแฟ ทำให้ฟันสะอาดและความขาวของเนื้อฟันปรากฏ แต่ไม่ได้มีผลฟอกฟันให้ขาว

– ผู้ที่เสียวฟัน ควรเลือกใช้ยาสีฟันชนิดที่ป้องกันการเสียวฟัน ซึ่งเนื้อยาสีฟันจะลดปริมาณสารขัดฟันและมีองค์ประกอบของสารโปรตัสเซี่ยมไนเตรท ซึ่งจะช่วยลดอาการเสียวฟันได้บ้าง แต่หากไม่ได้ผล อาจต้องเปลี่ยนไปใช้ยาสีฟันที่มีองค์ประกอบของสารฟลูออไรด์สูง ฟลูออไรด์จะไปอุดรูพรุนของเนื้อฟัน ทำให้ปลายเส้นประสาทไม่สัมผัสกับความร้อนเย็นของอาหาร

– ยาสีฟันสำหรับผู้ที่เป็นโรคเหงือกอักเสบ การเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปากนอกจากทำให้ฟันผุแล้ว สารพิษหรือทอกซินที่ปลดปล่อยจากแบคทีเรียจะไปทำลายเนื้อเยื่อของเหงือก ทำให้เลือดออกและอักเสบ ยาสีฟันที่มีองค์ประกอบของสารแต่งรสที่เป็นน้ำตาลหรือน้ำตาลเทียม ก็มีผลทำให้สภาวะช่องปากเป็นกรดและส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ยาสีฟันชนิดที่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเหงือกอักเสบจะมีสาร ‘ไซลิทอล’ เป็นองค์ประกอบ ไซลิทอลเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ไม่เกิดการหมักหมมและไม่ถูกสลายให้เป็นกรดโดยเชื้อจุลินทรีย์ในปาก จะช่วยให้เกิดความสมดุลของความเป็นกรดกับด่างในช่องปากได้ดี และสภาวะที่ไม่เป็นกรดจะต้านการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปากได้ดี ดังนั้นยาสีฟันที่มีไซลิทอลเป็นองค์ประกอบในปริมาณสูง จะช่วยลดอาการเหงือกอักเสบได้ ยาสีฟันสมุนไพร.

ครีมน้ำผึ้งป่า เรื่องเล่าของคนนอนไม่หลับ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับน้องสาวของดิฉัน

ครีมน้ำผึ้งป่า เรื่องเล่าของคนนอนไม่หลับ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับน้องสาวของดิฉัน น้องเล่าให้ฟังมีช่วงหนึ่งเขาต้องทำงานเกินเวลา กลับบ้านดึกทุกวัน ประกอบกับเครียดจากการทำงาน และปัญหาภายในครอบครัว ส่งผลทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับขึ้น แรกๆก็พยายามหาข้อมูลวิธีแก้อาการนอนไม่หลับจากใน Internet ก็ลองดื่มน้ำสมุนไพรอุ่นๆก่อนนอน ออกกำลังกาย นวดแผนไทย นั่งสมาธิ แรกก็ได้ผลดีช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น แต่ช่วงหลังเริ่มไม่ได้ผลอาการนอนไม่หลับเริ่มกลับมาอีก จึงตัดสินใจไปหาหมอที่โรงพยาบาล ขอให้หมอจ่ายยานอนหลับให้ตอนแรกหมอจ่ายานอนหลับแบบเบาให้ ก็ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น แต่ช่วงหลังอาการหนักขึ้นๆ หมอเลยจ่ายยานอนหลับอย่างแรงมาให้ กินปุ๊บหลับเป็นตาย เหมือนจะดีแต่ผลข้างเคียงของยาตัวนี้คือ ทำให้สมองมึนงง เบลอๆ จำอะไรไม่ค่อยได้ รู้สึกเหมือนหัวถูกบีบไว้ตลอดเวลา จะเลิกกินก็กลัวนอนไม่หลับ ตอนนั้นกลุ้มใจมากไม่รู้จะทำไงดี ครีมน้ำผึ้งป่า.
ครีมน้ำผึ้งป่า
ครีมน้ำผึ้งป่า ญาติแนะนำให้ดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่น
มีวันหนึ่งอาจากต่างจังหวัดมาหาที่บ้าน เห็นน้องสาวของดิฉันหน้าตาหมองคล้ำ ขอบตาดำ ดูไม่สดชื่น ก็เลยถามว่าทำไมเป็นแบบนี้ พอรู้ว่าที่เป็นแบบนี้เพราะนอนไม่หลับ อาจึงแนะนำให้ลองดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้ง ชงดื่มวันละ 1 แก้วก่อนนอนทุกคืน จะช่วยแก้ปัญหานอนไม่หลับได้ ตอนแรกน้องสาวดิฉันก็ไม่เชื่อขนาดยานอนหลับยังเอาไม่ค่อยอยู่ แล้วดื่มน้ำผึ้งจะได้ผลหรือ? แต่น้องก็ไม่มีอะไรจะเสียประกอบกับอยากเลิกกินยานอนหลับ ตัดสินใจลองดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งดู โดยใช้น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำอุ่น 1 แก้ว ดื่มก่อนเข้านอนทุกคืน

ไม่น่าเชื่อหลังจากดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งอย่างต่อเนื่อง อาการนอนไม่หลับหายเป็นปลิดทิ้ง สามารนอนหลับได้เป็นปกติโดยไม่ต้องพึ่งยานอนหลับอีกเลย พอกินแล้วได้ผลเวลาเจอน้ำผึ้งที่ไหนน้องสาวจะชอบซื้อมาตุนไว้หลายๆขวด กลายเป็นของที่ต้องมีติดบ้านไปซะแล้ว ครีมน้ำผึ้งป่า

ในน้ำผึ้งมีกรดชนิดหนึ่งชื่อว่า Decenoic acid ช่วยคลายเครียด ทำให้อารมณ์ดี ใครมีปัญหานอนไม่หลับและไม่อยากพึ่งยานอนหลับ ลองดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งดูได้ ดื่มก่อนนอนทุกคืนอาจช่วยให้ปัญหานอนไม่หลับหายไปได้ ประหยัดและปลอดภัยกว่าการกินยานอนหลับเยอะเลยค่ะ

น้ำผึ้ง” เป็นอาหารและยารักษาโรคที่ธรรมชาติมอบให้มนุษย์ แต่รู้หรือไม่ว่าถ้าเอาน้ำผึ้งมาผสมกับผงอบเชย หรือ cinnamon แล้ว มันสามารถช่วยรักษาหรือบรรเทาอาการป่วยได้หลายโรคเลยทีเดียว เช่น โรคหัวใจ ปวดข้อ ไข้หวัด ท้องอืด ลมในกระเพาะ นี่แค่บางส่วนเท่านั้นนะ ไปดูแบบเต็มๆกันดีกว่าค่ะ

1.โรคหัวใจ (Heart Diseases)
เอาน้ำผึ้งผสมกับผงอบเชยแล้วป้ายขนมปังแทนเยลลีและแยม ทานเป็นประจำเป็นอาหารเช้าจะช่วยลดคอเรสเตอรัลในเส้นเลือดและช่วยลดอาการหัวใจวาย สำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว ถ้ารับประทานตามที่แนะนำมานี้เป็นประจำ ก็จะทำให้อาการเจ็บกล้ามเนื้อหัวใจทุเลา ถ้าคนปกติรับประทานเป็นประจำดังกล่าวมาก็จะทำให้ระบบหายใจดีขึ้น การเต้นหัวใจแข็งแรงขึ้น ในสหรัฐอเมริกาและแคนนาดาสถานดูแลผู้ป่วยหลายแห่งใช้วิธีนี้บำบัดคนไข้ผลดี และค้นพบต่อไปอีกว่า เมื่อคนเราอายุมากขึ้น เส้นโลหิตแดงและโลหิตดำขาดความยืดหยุ่นและอุดตันได้ง่าย น้ำผึ้งกับอบเชยสามารถฟื้นฟูเส้นโลหิตทั้งสองชนิดได้

2.โรคปวดข้อปวดกระดูก (Arthritis)
ผู้ป่วยโรคปวดข้อปวดกระดูกอาจจะรับประทานเป็นประจำโดยชงน้ำผึ้ง 2 ช้อนกับผงอบเชย 1 ช้อนชาในน้ำร้อนขนาดถ้วยกาแฟทุกเช้าและเย็น ก็จะทำให้อาการปวดทรมานหายได้ จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยโคเปนฮาเกน พบว่าหมอให้คนไข้รับประทานน้ำผึ้งขนาด 2 ช้อนโต๊ะกับผงอบเชยขนาด ครึ่งช้อนชาก่อนอาหารเช้า พบว่าในเวลา 1 สัปดาห์คนไข้จำนวน 73 คนจากจำนวนทั้งหมด 200 คนที่เข้าร่วมโครงการทดลองมีอาการปวดลดลง เมื่อทดลองต่อไปจนครบ 1 เดือนปรากฏว่าคนไข้ส่วนใหญ่ที่เดินไม่ได้สามารถเดินได้เองโดยไม่มีอาการปวดแต่อย่างใด

3.โรคกระเพาะปัสสาวะติดเชื้อ (Bladder Infections)
ให้ใช้ผงอบเชย 2 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ช้อนชาชงในน้ำอุ่น 1 แก้วแล้วดื่ม มันจะไปฆ่าเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ

4.คลอเลสเตอรอล (Cholesterol)
ชงน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะกับผงอบเชย 3 ช้อนชา ในน้ำชาขนาด 16 ออนซ์ให้คนไข้ที่มีระดับคลอเลสเตอรอลสูงดื่มปรากฏว่าภายในเวลา 2 ชั่วโมงระดับคลอเลสเตอรอลลดลง 10 เปอร์เซ็นต์ ดังที่ได้กล่าวถึงคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคปวดข้อ ถ้าให้คนไข้ดื่มวันละ 3 เวลาก็คลอเลสเตอรอลจะหายเป็นปกติได้ ตามข้อมูลที่อ่านจากนิตยสารนี้กล่าวว่า การดื่มน้ำผึ้งบริสุทธิพร้อมอาหารเป็นประจำทุกวันช่วยลดคลอเลสเตอรอลได้

5.ไข้หวัด(Colds)
สำหรับผู้ที่มีอาการทรมานจากไข้หวัดหวัดทั่วไปหรือไข้หนักควรชงน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะกับผงอบเชย ¼ ช้อนทุกวันเป็นเวลา 3 วันก็จะช่วยลดอาการไอรุนแรงและจมูกโล่ง

6.อาการท้องอืด( Upset Stomach)
ให้รับประทานน้ำผึ้งผสมผงอบเชยจะช่วยให้อาการปวดท้องทุเลา และยังช่วยลดอาการแผลในกระเพาะอาหารได้ด้วย

7.ลมในกระเพาะ (Gas)
ผลการศึกษาในอินเดียและญี่ปุ่นพบว่า ถ้ารับประทานน้ำผึ้งกับผงอบเชยจะช่วยลดลมภายในกระเพาะอาหารลงได้

8.ระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย( Immune System)
การรับประทานน้ำผึ้งผสมผงอบเชยประจำวันจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกายให้เข้มแข็ง ช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรียและไวรัส นักวิทยาศาสตร์พบว่าในน้ำผึ้งมีวิตามินหลายชนิดและธาตุเหล็กเป็นจำนวนมากการรับประทานน้ำผึ้งประจำยังเพิ่มเม็ดเลือดขาว เพื่อต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้

9.อาหารไม่ย่อย(Indigestion)
โรยผงอบเชยลงบนน้ำผึ้งขนาด 2 ช้อนโต๊ะก่อนอาหารจะช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารและช่วยให้การย่อยอาหารเมื้อหนักได้ดี

10.ไข้หวัดใหญ่( Influenza)
นักวิทยาศาสตร์สเปนได้พิสูจน์น้ำผึ้งประกอบด้วยสารอาหารธรรมชาติที่ทำลายเชื้อไข้หวัดใหญ่และช่วยให้ผู้ป่วยให้ปลอดภัยจากไข้หวัดใหญ่

11.ยาอายุวัฒนะ(Longevity)
การดื่มชาที่ผสมน้ำผึ้งกับผงอบเชยเป็นประจำช่วยชะลอความชรา วิธีการทำคือ ใช้น้ำผึ้ง 4 ช้อนโต๊ะ ผงอบเชย 1 ช้อน น้ำเปล่า 3 ถ้วย แล้วน้าไปต้มเหมือนชา ให้ดื่ม ¼ ถ้วยวันละ 3-4 เวลา จะช่วยให้ผิวหนังเปล่งปลั่ง นุ่มมีน้ำมีนวล ช่วยทำให้อายุยืน อาจถึง 100 ปีให้เริ่มต้นตั้งแต่อายุราว 20 ปี

12.แก้สิว (Pimple)
ผสมน้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะกับผงอบเชย 1 ช้อนชาให้เข้ากัน ครีมน้ำผึ้งป่า แล้วป้ายบนหัวสิวก่อนนอนและล้างออกในวันรุ่งขึ้นด้วยน้ำอุ่น ถ้าปฏิบัติติดต่อกัน 2 สัปดาห์ก็จะสามารถกำจัดหัวสิวได้

13.ผิวหนังติดเชื้อ(Skin Infections)
ใช้น้ำผึ้งผสมกับผงอบเชยปริมาณเท่าๆกันทาบริเวณที่ติดเชื้อ จะช่วยรักษาเรื้อนกวาง (eczema) กลากและโรคผิวหนังชนิดต่างๆได้

14.ลดน้ำหนัก (Weight Loss)
ดื่มน้ำผึ้งผสมผงอบเชยในน้ำร้อน ทุกๆเช้าก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง ขณะท้องว่าง และก่อนนอนทุกคืน ถ้าทำเป็นประจำจะช่วยลดน้ำหนักแม้คนที่อ้วนมากๆ  เช่นเดียวกัน ถ้าดื่มเครื่องดื่มที่กล่าวมานี้จะช่วยไม่ให้ไขมันสะสมในร่างกายแม้กระทั่งในคนที่รับประทานอาหารทีมีพลังงานสูง

15.โรคมะเร็ง(Cancer)
ผลการวิจัยในญี่ปุ่นและออสเตรเลียเมื่อไม่นานมานี้พบว่า ผู้ทีเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารและมะเร็งกระดูกในขั้นมากๆแล้วสามารถรักษาได้สำเร็จ  ผู้ป่วยที่ได้รับความทรมานจากมะเร็งดังกล่าวควรดื่มน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะผสมผงอบเชย 1 ช้อนชาเป็นประจำ 3 เวลาประมาณ 1 เดือน

16.แก้อาการอ่อนเพลีย(Fatigue)
ผลการศึกษาเมื่อเร็วๆนี้แสดงให้เห็นว่าน้ำตาลในน้ำผึ้งมีประโยชน์มากในการเพิ่มพลังให้แก่ร่างกาย ในผู้สูงวัยทีรับประทานน้าผึ้งกับผงอบเชยในปริมาณเท่าๆกัน ช่วยให้กระปลี้กระเปล่าและมีร่างกายที่ยืดหยุ่น ดร. มิลตันที่ศึกษาเรื่องนี้กล่าวว่า การดื่มน้ำผึ้ง ½ ช้อนโต๊ะในแก้วหนึ่งแก้วโรยด้วยผงอบเชยเป็นประจำหลังแปรงฟันและตอนบ่ายราวๆ 15.00 น.เมื่อร่างกายเริ่มล้า จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงมีชีวิตชีวาใน 1 สัปดาห์

17.ขจัดลมหายใจมีกลิ่น (Bad Breath)
ชาวอเมริกาใต้ ตื่นนอนตอนเช้า สิ่งที่เขาทำอันดับแรกคือ กลั้วคอด้วยส่วนผสมของน้ำผึ้ง 1 ช้อนชากับผงอบเชยในน้ำร้อน เพื่อให้ลมหายใจสดชื่นตลอดวัน

เป็นยังไงบ้างค่ะไม่น่าเชื่อเลยว่าแค่เรารับประทานน้ำผึ้งผสมกับอบเชย จะสามารถช่วยบรรเทาอาการของโรคต่างๆได้มากมายขนาดนี้ สุขภาพซื้อไม่ได้ด้วยเงิน เสียแล้วเสียเลยเอากลับคืนมาไม่ได้ มารักษาสุขภาพให้แข็งแรงกันดีกว่าค่ะ เริ่มต้นจากสูตรน้ำผึ้งผสมอบเชยนี่ก็ได้ แต่อย่าลืมว่าน้ำผึ้งที่ใช้ต้องเป็นน้ำผึ้งแท้ 100% เท่านั้น น้ำผึ้งปลอมไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ ครีมน้ำผึ้งป่า.