f4 อาหารเสริมลดน้ำหนัก สำหรับคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน หรือเรียกง่ายๆ สั้นๆ ได้ใจความว่า “อ้วน”

f4 อาหารเสริมลดน้ำหนัก สำหรับคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน หรือเรียกง่ายๆ สั้นๆ ได้ใจความว่า “อ้วน” ไม่ว่าใครก็คงอยากที่จะเริ่มต้น ลดน้ำหนัก ให้หุ้นของตัวเองกลับไปสวยเป๊ะ อยู่ในมาตรฐานเหมือนกับในอดีต ซึ่งในปัจจุบันห หากทำการค้นหาวิธี “ลดน้ำหนัก” ลงในเซิร็ทแอนจิ้นชั้นนำ คุณก็จะได้รับคำแนะนำ และวิธีการลดน้ำหนักจากทั้งผู้เชี่ยวชาญ และผู้ที่คยมีประสบการณ์ลดน้ำหนัก ที่ได้นำวิธีการต่างๆมาแบ่งปันจากทั่วทุกมุมโลก ให้เลือกปฎิบัติอย่างเหมาะสมกับไลฟสไตย์ของตัวเอง แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนที่คุณจะเริ่มต้นเข้าสู่กระบวนการวิธีลดน้ำหนักเหล่านั้น คุณอาจจำเป็นที่จะต้องลองมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง จากนั้นลองถามตัวเองด้วยคำถาม 7 ข้อ พื้นฐานด้านอาหาร ที่จะช่วยให้คุณบรรลุการ ลดน้ำหนัก ได้ด้วยตัวเองเสียก่อน แล้วถ้าหากคุณถามตัวเอง แล้วสามารถตอบว่า “ใช่” หรือ “ทำได้” จากคำถามทั้ง 7 ข้อ นั่นหมายความว่า คุณได้เข้าใกล้ความฝันที่ต้องการลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วนด้วยตัวเองได้มากขึ้นแล้ว f4 อาหารเสริมลดน้ำหนัก.

f4 อาหารเสริมลดน้ำหนัก
f4 อาหารเสริมลดน้ำหนัก 7 คำถามด้านอาหาร ที่จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักให้มากขึ้นถ้าตอบว่า “ใช่” เอฟโฟร์ อาหารเสริมลดน้ำหนัก

1.คุณสามารถจัดเมนูอาหาร ให้มีปริมาณแคลอลี่โดยรวมตลอดทั้งวัน ไม่เกิน 1,000 แคลอลี่ ได้? f4 successmore
2.คุณสามารถทานอาหารประเภทโปรตีน อย่างน้อย 0.4 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 450 กรัม ของคุณได้?
3.คุณสามารถทานอาหารที่มีไข ปริมาณประมาณ 20-35% ของพลังงานอาหารทั้งหมดตลอดทั้งวันได้?
4.คุณสามารถได้รับคาร์โฐไฮเดรตอย่างเพียงพอ ประมาณ 100 กรัม ต่อวัน เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายทำการดึงเอาพลังงานสำรองมาใช้จนกลายเป็นการเผาผลาญกล้ามเนื้อได้? f4 อาหารเสริมลดน้ำหนัก
5.คุณสามารถจัดเมนูอาหารที่มีความหลากหลากของสมดุลวิตามิน แร่ธาตุ และกลุ่มอาหารพื้นฐานครบทั้ง 5 หมู่?
6.คุณสามารถจัดเมนูอาหารในแต่ละวันให้มีความแตกต่างกันได้ เพื่อไม่ให้เกิดความน่าเบื่อของมื้ออาหาร?
7.ทุกเมนูอาหารที่กล่าวถึงมา คุณสามารถหาซื้อมาทานได้จากตลาดสด หรือซุปเปอร์มาเก็ต ในราคาที่สามารถจ่ายไหว?
ถ้าหากคุณสามารถตอบว่า “ใช่” ของคำถามครบทั้ง 7 ข้อ พื้นฐานด้านอาหาร ดังที่ได้กล่าวถึงไปแล้วในตอนต้น รับรองว่า คุณสามารถที่จะทำการ ลดน้ำหนัก ได้ตามเป้าหมายของตัวเอง ควบคู่ไปกับการมีสุขภาพที่แข็งแรงอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพของสังคมที่เต็มไปด้วยมลภาวะ และอาหารน่าอร่อยมากมายที่อุดมไปด้วยแคลอลี่จำนมหาศาลรอบตัว ทำให้ความอ้วนกลายมาเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่จ้องจะเบียดเบียนการใช้ชีวิตของเราทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว แต่ ณ ปัจจุบัน ด้วยความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ และความรู้ต่างๆ ทำให้เราสามารถที่จะป้องกัน หรือฟื้นฟูแก้ไขปัญหาความอ้วน ให้หุ่นของคุณกลับไปสวยงาม เข้ารูปเหมือนกับในอดีตได้ อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ด้วยเพียงแค่การทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่เหมาะสม เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอเท่านั้นเอง

เชื่อว่า ทุกคนที่คิดอยากจะลดน้ำหนักล้วนแล้วแต่ปารถนาในสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือ การลดน้ำหนักเร่งด่วน เพื่อให้ตัวเองแลดูผอมเพรียวอย่างรวดเร็วมากที่สุด แต่อย่างำรก็ตาม ความรวดเร็ว เร่งรีบจนเกินไปนั้น มักมาควบคู่กับสุขภาพที่เสื่อมโทรมไปอย่างรวดเร็วตามไปด้วย อีกทั้งการลดน้ำหนักเร่งด่วน ยังสร้างภาระให้กับระบบต่างๆของร่างกายอีกหลายประการด้วย โดยเฉพาะระบบเผาผฃาญอาหารที่มักได้รับผลกระทบมาก และยังเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในระยะยาวอีกต่างหาก
อยากลดน้ำหนักเร่งด่วน คิดให้ดี เสียก่อน

ฝืนลดน้ำหนักเร่งด่วย โดยร่างกายไม่พร้อม หนทางสู่ระบบเผาผลาญที่พังทลาย
เมื่อเข้าสู่โปรแกรมลดน้ำหนักระบบการเผาผลาญของร่างกายมักจะมีการเปลี่ยนแปลงไปทีละขั้นตามลำดับ พร้อมกับทวีความรุนแรงมากขึ้น และถ้าหากปล่อยทิ้งเอาไว้ ปัญหาเหล่านั้นก็จะยิ่งแก้ไขยากขึ้น ตามลำดับ ดังต่อไปนี้

1.ขั้นการปรับตัวของระบบเผาผลาญ (Metabolic Compensation) เป็นการ ควบคุมน้ำหนัก โดยการควบคุมอาหารให้น้อยลง และออกกำลังกายมากขึ้น จะเริ่มสร้างความเครียดให้กับระบบเผาผลาญในระดับเริ่มต้น ร่างกายจะตอบสนองด้วยการเริ่มลำเลียงพลังงานสำรองในร่างกายออกมาใช้ f4 อาหารเสริมลดน้ำหนัก โดยการประสานงานระหว่างอวัยวะต่างๆ ด้วยการสั่งการของศูนย์กลางควบคุมระบบเผาผลาญ ที่มีชื่อว่า “ไฮโปธาลามัส” และ “พิทูอารี่” ทำให้ไขมันถูกนำออกไปใช่มากขึ้น ทำให้น้ำหนักตัวลดลง
เมื่อกระบวนการนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายวัน ระบบเผาผลาญจะเริ่มมีการปรับตัว ก่อให้เกิดความหิว เรี่ยวแรงเกิดการเปลี่ยนแปลง และระบบการเผาผลาญที่น้อยลงเหลือเพียง 500-800 กิโลแคลอลี่ต่อวัน หรือแทบไม่ทำงานเลย สำหรับคนที่ระบบเผาผลาญปรับตัวมากอาจทำให้การลดความอ้วนหยุดลง หรือเกิดปฎิกริยาโยโย่เอฟเฟคขึ้นนั่นเอง คนส่วนใหญ่ที่ต้องการลดน้ำหนักมักจะจบลงที่ขั้นตอนนี้

2.ขั้นการต่อต้านของระบบเผาผลาญ (Metabolic Resistance) เมื่อระบบเผาผลาญถูกปรับจนกระทั่งถึงจุดที่ต่ำที่สุด น้ำหนักจะไม่ค่อยลดลงแล้ว หลายคนมักแก้ไขด้วยการกินน้อยลงกว่าเดิม ออกกำลังกายหนักมากขึ้นกว่าเดิม ถึงแม้จะได้ผลแต่ก็เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ ร่างกายจะทำการปรับตัวอีกครั้ง ด้วยการลดระดับการเผาผลาญให้น้อยลงไปอีก พร้อมกับกระตุ้นให้เกิดความหิว อยากอาหารอย่างรุนแรง เพื่อให้ร่างกายเกิดการฟื้นตัว นอกจากนี้ยังทำให้เกิดอาการเรี่ยวแรงหดหาย กระวนวาย วิตกกังวล และซึมเศร้า ขั้นการต่อต้านของระบบเผาผลาญ มักจะเกิดขึ้นเมื่อ Body Fat ต่ำว่า 20% ในผู้หญิง และต่ำกว่า 10% ในผู้ชาย ความรุนแรงในขั้นการต่อต้านของระบบเผาผลาญ ยังพอที่จะสามารถแก้ไขให้กลับไปเป็นปกติได้

3.ขั้นระบบเผาผลาญที่พังทลาย (Metabolic Damage) เป็นขั้นสูงสุดของคนที่ดันทุรังลดน้ำหนักอย่างบ้าคลั่ง ไม่แคร์ต่ออาการหิว ความอยากอาหาร น้ำหนักไม่ลง สุดท้ายจะทำให้ร่างกายเกิดความผิดปกติขึ้นหลายแห่ง อาทิเช่น ระบบประสาท ระบบย่อยอาหาร เป็นต้น

เมื่อระบบเผาผลาญพังทลาย จะมีอาการผิดปกติที่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน เช่น แก็ซในระบบทางเดินอาหาร, ท้องอืด, ท้องเฟ้อ ,กรดไหลย้อน,ไวต่อแสงกว่าที่เคยเป็น,เวียนหัว แสบในทรวงอก, ท้องผูก, ประจำเดือนขาด, กามตายด้าน อาการแพ้อาหารที่ไม่เคยแพ้มาก่อน และถ่ายเหลว อุจาระมีสีซีด เป็นต้น
จากข้อมูลในเบื้องต้นคงจะทำให้หลายๆคนเริ่มมองเห็นโทษในการลดน้ำหนักเร่งด่วนกันไปบ้างแล้วว่าส่งผลเสียต่อร่างกายเช่นไร ซึ่งการลดน้ำหนักเป็นสิ่งที่ดี เพื่อควบคุมไม่ให้ร่างกายมีน้ำหนักเกินมาตาฐาน จนกระทั่งก่อให้เกิดปัญหาในร่างกายต่างๆ แต่อย่างไรก็ตามโปรดจำไว้เสมอว่า การฝืนลดน้ำหนักเร่งด่วนนั้น มักที่จะส่งผลร้ายมากกว่าผลดี จึงเป็นสิ่งที่ควรจำเป็นระวัง
เห็นไหมว่า ลดน้ำหนักเร่งด่วนแบบฝืน ส่งผลเสียต่อร่างกาย มากกว่าที่คุณคิด f4 อาหารเสริมลดน้ำหนัก.

cho12 ลดความอ้วน การทำตามสูตรเมนูอาหารลดความอ้วน 7 วัน

cho12 ลดความอ้วน การทำตามสูตรเมนูอาหารลดความอ้วน 7 วัน อย่างเข้มงวดนี้ นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักได้มากถึง 4-5 กิโลกรัม แต่ยังช่วยปรับปรุงระบบย่อยอาหาร และทำให้ผิวพรรณมีความกระจ่างสดใสมากยิ่งขึ้น ด้วยวิธีที่เรียกได้ว่าสุดแสนจะเรียบง่ายเลยทีเดียว และยังเป็น วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ อีกด้วย สำหรับใครที่ไม่พอใจหุ่นของตัวเอง และไม่อยากมีส่วนเกินบริเวณหน้าท้องที่น่าเกลียดยื่นออกมาให้คนอื่นแอบเอาไปนินทาแล้วล่ะก็ บทความชิ้นนี้เลยจะขอพาไปทำความรู้จักกับวิธี ลดน้ำหนัก 10 กิโล 2 อาทิตย์ ซึ่งเป็นสูตรที่จะช่วยให้ทุกคนควบคุมน้ำหนักให้คงที่ ไม่เกิดการสะสมของไขมันที่น่าเกลียดน่ากลัวบริเวณหน้าท้องขึ้นอย่างง่ายๆ ขอเพียงแค่มีความตั้งใจ และความอดทนก็พอ ซึ่งสูตร ลดน้ำหนัก 10 กิโล 2 อาทิตย์ ที่อยากขอแนะนำ มีดังต่อไปนี้ สูตรลดน้ำหนัก 10 กิโล 2 อาทิตย์ วันที่ 1 อาหารเช้า : กาแฟดำ 1 แก้ว (น้ำตาล 1 ก้อน) อาหารเที่ยง : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง ผักกาดต้ม 3 ขีด มะเขือเทศ 1 ผล อาหารเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว วันที่ 2 อาหารเช้า : กาแฟดำ 1 แก้ว (น้ำตาล 1 ก้อน) อาหารเที่ยง : เนื้อหมูอบ 2.5 ขีด โยเกิร์ต 1 ถ้วย อาหารเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว cho12.

cho12
cho12 วันที่ 3 โช ทเวลฟ์
อาหารเช้า : กาแฟดำ 1 แก้ว (น้ำตาล 1 ก้อน)
อาหารเที่ยง : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง ผักกาดต้ม 3 ขีด มะเขือเทศ 1 ผล
อาหารเย็น :คิ่นไช่ต้มสุก 3 ขีด มะเขือเทศ 1 ผล ผลไม้สด 1 ผล

วันที่ 4
อาหารเช้า : กาแฟดำ 1 แก้ว (น้ำตาล 1 ก้อน)
อาหารเที่ยง : น้ำส้มคั้น 1 แก้ว โยเกิร์ต 1 ถ้วย
อาหารเย็น : ไข่ต้มแข็ง 1 ฟอง แครอทสด 1 หัว นมรสจืด 1 กล่อง
วันที่ 5
อาหารเช้า : แครอทสด 1 หัว ราดด้วยน้ำมะนาว หรือส้มตำ 1 จาน
อาหารเที่ยง : เนื้อปลากะพงนึ่ง 2 ขีด
อาหารเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด cho12
วันที่ 6
อาหารเช้า : กาแฟดำ 1 แก้ว (น้ำตาล 1 ก้อน)
อาหารเที่ยง : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง แครอทสด 1 หัว
อาหารเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
วันที่ 7
อาหารเช้า : ชา 1 ถ้วย ไม่ใส่น้ำตาล ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง แครอทสด 1 หัว
อาหารเย็น : เนื้อหมูอบ 2 ขีด ผลไม้สด 1 ผล
วันที่ 8
อาหารเช้า : กาแฟดำ 1 แก้ว (น้ำตาล 1 ก้อน)
อาหารเที่ยง : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง ผักกาดต้ม 3 ขีด มะเขือเทศ 1 ผล
อาหารเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
วันที่ 9
อาหารเช้า : กาแฟดำ 1 แก้ว (น้ำตาล 1 ก้อน)
อาหารเที่ยง : เนื้อหมูอบ 2 ขีด โยเกิร์ต 1 ถ้วย
อาหารเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
วันที่ 10
อาหารเช้า : กาแฟดำ 1 แก้ว (น้ำตาล 1 ก้อน)
อาหารเที่ยง : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง เนื้อหมูอบ 1 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
อาหารเย็น : คิ่นไช่ต้มสุก 3 ขีด มะเขือเทศ 1 ผล และผลไม้สด 1 ผล
วันที่ 11
อาหารเช้า : กาแฟดำ 1 แก้ว (น้ำตาล 1 ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง : น้ำส้มคั้น 1 แก้ว โยเกิร์ต 1 ถ้วย
อาหารเย็น : ไข่ต้มแข็ง 1 ฟอง แครอทสด 1 หัง นมรสจืด 1 กล่อง

วันที่ 12
อาหารเช้า : แครอทสด 1 หัว ราดด้วยน้ำมะนาว
อาหารเที่ยง : เนื้อปลากะพงนึ่งด้วยน้ำมะนาว 2 ขีด และคึ่นไช่ 1 ต้น
อาหารเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส
วันที่ 13
อาหารเช้า : กาแฟดำ 1 แก้ว (น้ำตาล 1 ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง แครอทสด 1 หัว
อาหารเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
วันที่ 14
อาหารเช้า : กาแฟดำ 1 แก้ว (น้ำตาล 1 ก้อน)
อาหารเที่ยง : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง ผักกาดต้ม 3 ขีด มะเขือเทศ 1 ผล
อาหารเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว

เพียงทำตามสูตรวิธี ลดน้ำหนัก 10 กิโล 2 อาทิตย์ ด้วยความใส่ใจ และมีแค่มีความตั้งใจจริง เพียงแค่การทานอาหารตามสูตรที่ได้แนะนำไปแล้ว อย่างเคร่งครัดแล้วคุณจะเห็นเลยว่า cho12 วิธีการลดน้ำหนัก 10 กิโล 2 อาทิตย์ จะให้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมมากกว่าที่คุณคาดเอาไว้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

การลดน้ำหนัก เป็นความพยายามที่ใครหลาย ๆ คนต่างก็ล้มเหลวกับมันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แม้บางคนจะมีความตั้งใจจริง แต่ก็ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ตามที่หวังเอาไว้ เพราะส่วนหนึ่งนั้นมาจากการตั้งใจที่ผิดวิธี มีความเชื่อแบบผิด ๆ และมีพฤติกรรมบางอย่างที่ส่งผลต่อน้ำหนักแบบที่คุณไม่รู้ตัว บทความนี้จะเผยเคล็ดลับ และทำให้คุณลดน้ำหนักได้อย่างเห็นผล โดยที่คุณไม่ต้องอดอาหารและไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายเลยก็ได้

เอาล่ะ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าปัญหาเรื่องความอ้วนที่ประสบอยู่ในขณะนี้มันเป็นเรื่องที่ยากเกินจะแก้ไข หรือเกินความพยายามของคุณ ผมอยากจะบอกคุณว่า ความจริงแล้วการลดน้ำหนักนั้นมันไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่หลาย ๆ คนกังวลแต่อย่างใด เพียงแต่เราต้องรู้วิธีการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง แล้วนำมันไปปฏิบัติใช้ให้ได้อย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ มันก็จะช่วยทำให้คุณได้พบกับรูปร่างใหม่ที่ผอมเพรียวอย่างคนมีสุขภาพดีได้ ซึ่งรับรองได้เลยว่า 79 วิธีนี้จะช่วยทำให้คุณประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักอย่างได้ผลในระยะยาวอย่างแน่นอน (จริง ๆ มีเยอะกว่านี้มากครับ แล้วจะนำมารวบรวมเพิ่มให้ภายหลังนะครับ) cho12.

so skins sleeping white mask มะเขือเทศ ผักผลไม้สีแดงที่มาแรงตลอดทุกยุคสมัย

so skins sleeping white mask มะเขือเทศ ผักผลไม้สีแดงที่มาแรงตลอดทุกยุคสมัย ไม่ว่าจะกินเป็นอาหารบำรุงร่างกายก็ดี นำมาปรนนิบัติผิวให้สวยก็เริด ด้วยเหตุนี้ เราเลยสรรหาสารพัดสูตรมะเขือเทศพอกหน้ามาฝากสาวๆ กันอีกเช่นเคยค่ะ จะมีสูตรใดน่าทำบ้าง อยากผิวสวยสดใส ต้องรีบจัดตามโดยด่วน! สูตรมะเขือเทศพอกหน้า พอกหน้ามะเขือเทศสูตรที่ 1 กระชับรูขุมขนกว้างให้เล็กลง ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : น้ำมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำมะนาว 3-4 หยด วิธีพอกหน้าด้วยมะเขือเทศสูตรที่ 1 ผสมน้ำมะเขือเทศให้เข้ากันกับน้ำมะนาว จากนั้นชุบด้วยสำลีแผ่นนำมาทาลงบนผิวหน้าจนทั่ว ปล่อยไว้ 15 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเย็นเพื่อปิดกระชับรูขุมขน สูตรมาร์คหน้าด้วยมะเขือเทศนี้นอกจากจะช่วยทำให้รูขุมขนกว้างหดตัวจนกระชับเล็กลงแล้ว ยังช่วยลดเลือนความมันบนผิว กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ทำให้หน้าขาวกระจ่างใสได้อย่างเป็นธรรมชาติ หากหมั่นทำเป็นประจำทุกสัปดาห์ๆ ละ 2-3 ครั้ง ยังช่วยรักษาสิวและลดเลือนรอยสิวดำๆ ให้จางลงได้อีกด้วย so skins sleeping white mask.

so skins sleeping white mask

so skins sleeping white mask สูตรมะเขือเทศพอกหน้า โซ สกิน สลีปปิ้ง ไวท์ มาส์ค

มาร์คหน้าด้วยมะเขือเทศสูตรที่ 2 รักษาสิวให้หายเร็ว

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : เนื้อมะเขือเทศสดบดละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีพอกหน้าด้วยมะเขือเทศสูตรที่ 2
นำเนื้อมะเขือเทศสดมาทาลงบนผิวหน้าจนทั่ว ปล่อยไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น และล้างปิดท้ายด้วยน้ำเย็น สำหรับสาวๆ คนไหนที่มีปัญหาสิวกวนใจ รักษายังไงก็ไม่หายขาด เรียกว่าเป็นสิวเรื้อรังเลยก็ว่าได้ เหมาะสมที่จะใช้มะเขือเทศพอกหน้าสูตรนี้เลยค่ะ โดยควรพอกเป็นประจำทุกวัน ใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 1 สัปดาห์ก็จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ของสภาพผิวที่ดีขึ้น เนื่องจากมะเขือเทศเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีและอี ซึ่งเป็นสารอาหารผิวจากธรรมชาติที่ช่วยรักษาสิวได้ แถมยังช่วยบำรุงผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใสขึ้นได้ด้วย และหากสาวๆ คนไหนไม่สะดวกปั่นเนื้อมะเขือเทศมาพอกหน้า จะหั่นมะเขือเทศเป็นแว่นๆ แล้วนำมาทาถูบนใบหน้าแทนก็ได้เช่นกัน so skins sleeping white mask

มะเขือเทศพอกหน้า รักษาสิว

มาร์คหน้ามะเขือเทศสูตรที่ 3 สูตรล้างหน้าด้วยมะเขือเทศ

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : มะเขือเทศ 1 ลูก

วิธีพอกหน้าด้วยมะเขือเทศสูตรที่ 3
หั่นมะเขือเทศออกครึ่งลูก จากนั้นนำมาถูลงบนผิวหน้าจนทั่ว เน้นถูผิวบริเวณที่มีสิวหัวดำมากกว่าจุดอื่นๆ เพื่อช่วยกำจัดสิวหัวดำและสิ่งสกปรกให้หลุดออกมาจากรูขุมขนอย่างล้ำลึก วิธีนี้ยังช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออกมาได้ด้วย เมื่อถูเสร็จแล้วก็ปล่อยไว้ประมาณ 3-5 นาที ก่อนจะล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเย็น นับเป็นอีกหนึ่งสูตรล้างหน้าเพื่อกำจัดไขมันหรือความมันส่วนเกินบนผิว ทำให้ความมันลดลง ช่วยกระชับรูขุมขนและบำรุงผิวหน้าให้ขาวสดใส

มะเขือเทศพอกหน้า

มะเขือเทศพอกหน้าสูตรที่ 4 ผิวหน้ากระชับ เปล่งปลั่งกระจ่างใส

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : น้ำมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ + น้ำแตงกวา 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีพอกหน้าด้วยมะเขือเทศสูตรที่ 4
ผสมน้ำมะเขือเทศกับน้ำแตงกวาให้เข้ากัน จากนั้นใช้สำลีชุบส่วนผสมแล้วนำมาทาลงบนผิวหน้าจนทั่ว ปล่อยทิ้งไว้จนแห้ง หรือประมาณ 15-20 นาที จากนั้นล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเย็น สำหรับสูตรนี้แนะนำให้ทำวันละ 1 ครั้ง ก็จะช่วยลดเลือนความหมองคล้ำบนผิว ผลัดผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใสเปล่งปลั่ง ที่สำคัญยังช่วยลดความมันบนผิวหน้า ทำให้ผิวหน้าสดชื่น และกระชับเต่งตึงขึ้นได้ด้วย

พอกหน้ามะเขือเทศ

สูตรที่ 5 พอกหน้าด้วยมะเขือเทศ ชะลอการเกิดริ้วรอย

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : มะเขือเทศ 1 ผล + แป้งกรัม 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีพอกหน้าด้วยมะเขือเทศสูตรที่ 5
นำมะเขือเทศมาปั่นให้ละเอียดรวมกับแป้งกรัมและน้ำมันมะกอก เมื่อปั่นจนได้ส่วนผสมที่เนียนละเอียดเข้ากันดีแล้ว ให้นำมาพอกหน้าจนทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเย็น สูตรมะเขือเทศพอกหน้านี้เป็นสูตรที่เหมาะสำหรับสาวผิวแห้ง เพราะผิวแห้งเสี่ยงต่อการเกิดริ้วรอยง่าย so skins sleeping white mask เนื่องจากน้ำมันหล่อเลี้ยงใต้ผิวขาดความสมดุล แต่ส่วนผสมที่เรานำมาใช้เป็นสูตรพอกหน้า โดยเฉพาะน้ำมันมะกอกจะยิ่งช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นได้อย่างล้ำลึก ในขณะที่แป้งกรัมจะช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียนใส และมะเขือเทศก็อุดมไปด้วยวิตามินเอและซีที่จะช่วยให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใส แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยในการต่อต้านริ้วรอยก่อนวัยได้เป็นอย่างดี สาวคนไหนกลัวแก่เร็ว หมั่นพอกหน้าด้วยสูตรนี้เป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง รับรองค่ะว่าริ้วรอยไม่กล้ามาเยือนก่อนวัยอันควรแน่นอน

มะเขือเทศพอกหน้า

มะเขือเทศพอกหน้าสูตรที่ 6 เยียวยาอาการผิวไหม้แดด

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : น้ำมะเขือเทศ 1 ถ้วย + นมเปรี้ยว 1/2 ถ้วย

วิธีพอกหน้าด้วยมะเขือเทศสูตรที่ 6
นำน้ำมะเขือเทศและนมเปรี้ยวที่แช่เย็นมาผสมรวมกัน คนจนเข้ากันดี จากนั้นนำมาทาลงบนผิวที่มีอาการไหม้แดงจากแสงแดด ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วจึงล้างผิวออกให้สะอาดด้วยน้ำเย็น เนื่องจากในมะเขือเทศมีสารไลโคปีนที่มีคุณสมบัติถนอมผิวจากรังสี UV ดังนั้น เมื่อสาวๆ ตากแดดจนมีปัญหาผิวไหม้แดงจากแดดเกิดขึ้น หรือแม้แต่อาการผิวแสบร้อนจากแดดก็ตาม เพียงทำตามสูตรที่เราแนะนำนี้ ก็จะช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนไหม้แดดให้ลดลง และช่วยปลอบประโลมผิว ทำให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติแล้วค่ะ และหากหมั่นทำต่อเนื่องเป็นประจำ ยังช่วยลดปัญหาผิวคล้ำเสียจากแดดได้ด้วย จึงนับเป็นได้ทั้งสูตรบำรุงผิวขาวใสในตัวที่คุณไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว

พอกหน้ามะเขือเทศ

สูตรที่ 7 บํารุงผิวหน้าให้เปล่งปลั่ง กระจ่างใส

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : มะเขือเทศ 1 ลูก + โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/2 ถ้วย

วิธีพอกหน้าด้วยมะเขือเทศสูตรที่ 7
ปั่นมะเขือเทศกับโยเกิร์ตจนได้ส่วนผสมที่เนียนละเอียดเข้ากันดี จากนั้นนำมาพอกหน้าจนทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วจึงล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเย็น สำหรับสูตรมะเขือเทศพอกหน้านี้ เราเติมโยเกิร์ตลงไปผสมเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มคุณค่าสารอาหารผิวอย่างล้ำลึกมากขึ้น สำหรับสาวๆ คนไหนที่มีปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ ไม่สวยสดใส เพียงพอกหน้าด้วยสูตรนี้เป็นประจำ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง รับรองค่ะว่าผิวหน้าจะเปล่งปลั่ง ขาวกระจ่างใส และโปรตีนจากในโยเกิร์ตก็ยังทำหน้าที่ฟื้นบำรุงผิวได้เป็นอย่างดี สาวๆ คนไหนที่เผชิญกับฝุ่นควันหรือมลพิษต่างๆ ในแต่ละวันจนมีปัญหาผิวคล้ำเสีย ว่างๆ อย่าลืมมาพอกหน้าด้วยสูตรมะเขือเทศและโยเกิร์ต เพื่อดีท็อกซ์สารพิษเหล่านั้นออกจากรูขุมขนกันบ้างนะคะ งานนี้การันตีเลยว่าสารอาหารต่างๆ จะช่วยให้ผิวหน้าขาวใสไร้สิวพร้อมๆ กันอย่างแน่นอนค่ะ

พอกหน้าด้วยมะเขือเทศ

สูตรที่ 8 ดีท็อกซ์สารพิษ เพื่อผิวสะอาดหมดจด

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : มะเขือเทศ 1 ลูก + เนื้ออะโวคาโด 1/4 ผล

วิธีพอกหน้าด้วยมะเขือเทศสูตรที่ 8
นำมะเขือเทศและเนื้ออะโวคาโดมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วปั่นรวมกันจนละเอียด เมื่อได้ส่วนผสมที่เข้ากันดีแล้ว ให้นำมาทาลงบนผิวหน้าจนทั่ว พร้อมกับใช้ปลายนิ้วนวดวนบนผิวเป็นวงกลมอย่างเบามือ สูตรนี้เป็นสูตรล้างหน้าซึ่งเราจะใช้แทนโฟมล้างหน้าในขณะล้างหน้านั่นเองค่ะ สาวๆ นวดวนไปเรื่อยๆ เพื่อให้เกิดการดีท็อกซ์สารพิษออกจากผิว เมื่อนวดเสร็จแล้ว ก็ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด
สูตรที่ 8 ดีท็อกซ์สารพิษ เพื่อผิวสะอาดหมดจด

สำหรับสาวๆ คนไหนที่อยากกำจัดสารพิษที่ตกค้างออกจากผิว ไม่ว่าจะสารเคมีจากในเครื่องสำอาง จากพิษจากมลภาวะต่างๆ รอบตัว บอกเลยค่ะว่าหมั่นนวดผิวหน้าด้วยสูตรมะเขือเทศและอะโวคาโดดังกล่าวแล้ว so skins sleeping white mask.

double maxx serum หลังจากมีผลสำรวจจากเว็บไซต์ทาร์เก็ตแม็พแหล่งรวบรวมสถิติแปลกๆ

double maxx serum หลังจากมีผลสำรวจจากเว็บไซต์ทาร์เก็ตแม็พแหล่งรวบรวมสถิติแปลกๆ ได้นำข้อมูลผลสำรวจค่าเฉลี่ยขนาดความยาวองคชาตในชายทั่วโลก (The World Penis Size) มาเปรียบเทียบประเทศต่างๆ แต่ที่กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ก็คือ ล่าสุด “ประเทศไทย” รั้งอันดับที่ 117 ซึ่งอยู่โซนท้ายๆ โดยความยาวของอวัยวะเพศเฉลี่ย 4.0 นิ้ว นำหน้า “เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้” ขนาด 3.8 นิ้ว ซึ่งมีอันดับบ๊วยแค่ไม่ก่ีเซนติเมตร คำถามนอกจากจริงๆ แล้วผลการวิจัยนี้เชื่อถือได้หรือไม่แล้ว ขนาดที่ระบุว่าเล็ก 4.0 นิ้วนั้น เรียกว่าเล็กได้หรือไม่ แล้วจริงๆ แล้วอะไรสำคัญกว่า ระหว่าง ขนาดกับลีลา ของชายไทยเล็กจริงหรือถอดรหัสทำไมชายไทย มังกรกลายเป็นแหนมตุ้มจิ๋วรองบ๊วย? เรื่องนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ แพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ฮอร์โมนและสุขภาพทางเพศสูตินรีเวชวิทยาแพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ฮอร์โมนและสุขภาพทางเพศสูตินรีเวชวิทยา (Obste trics& Gynecology) วัยทอง และเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ กล่าวผ่านไทยรัฐออนไลน์ถึง ว่าในทางเทคนิคความยาวอวัยวะเพศของชายไทยเฉลี่ย 4.0 นิ้วถือว่าไม่ได้มาตรฐาน และมีแนวโน้มเล็กลงเรื่อยๆ double maxx serum.

double maxx serum

double maxx serum “ขนาดมันขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ ผลสำรวจนี้สะท้อนว่าคนไทยเล็กมาแต่ไหนแต่ไรหรือเปล่า ซึ่งไม่จริง หลายปีก่อนคนไทยอยู่อันดับกลางๆ สาเหตุที่ตอนนี้ขนาดเล็กลงกว่าเดิม เนื่องจากคนไทยนอนดึกมากขึ้น ‘ฮอร์โมนเพศชายสร้างตอนเที่ยงคืน’ การเติบโตจึงมีปัญหา วิธีสังเกตง่ายๆ ถ้าฮอร์โมนเพศชายดี ตอนเช้าน้องชายคุณจะแข็งตัว การแข็งตัวตอนเช้าแสดงว่ามีการไหลเวียนของเลือดดี กล้ามเนื้อหรืออะไรต่างๆ ทำงานได้ดี การที่การแข็งตัวเลือดมันขยายมันก็ต้องเอาอาหารไปเลี้ยงอวัยวะดีขึ้น แต่ปัจจุบันพอเรานอนน้อยระดับฮอร์โมนน้อย มันไม่ค่อยจะยืดขยาย และระดับฮอร์โมนเพศชายก็เกี่ยวข้องกับปริมาณของกล้ามเนื้อ รวมทั้งบริเวณอวัยวะเพศ ส่งผลให้เล็กลงไปด้วยปัจจัยการนอนดึก ดับเบิ้ลแม็กซ์ เซรั่ม

ติดน้ำตาลหดตัว

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเพศบอกอีกว่า ปัจจัยที่ 2 ที่ทำให้อวัยวะเพศคนไทยเล็กลงก็คือเรื่องอาหารการกิน เนื่องจากปัจจุบันคนไทยกินแป้งกับน้ำตาลเยอะมากหรือเรียกว่ายุคติดน้ำตาล ส่งผลให้สมองสร้างฮอร์โมนเพื่อการเจริญเติบโต หรือภาษาอังกฤษ เรียกว่า โกรทฮอร์โมนน้อยลง double maxx serum

“เมื่อคุณกินแป้งกับน้ำตาลเยอะสมองคุณก็สร้างโกรทฮอร์โมนน้อย เมื่อสร้างโกรทฮอร์โมนน้อย (Growth Hormone) อะไรที่เจริญเติบโตมันก็ต้องเจริญน้อย ถ้าเราไปถามผู้เชี่ยวชาญเรื่องฮอร์โมน เขาจะบอกว่า โกรทฮอร์โมนกับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน มันออกฤทธิ์ร่วมกัน ฉะนั้น ถ้าขาดไปมันก็ตกไปเยอะ ถามว่าต้องทำยังไง แนะนำว่าให้นอนให้เร็วขึ้นก่อนเที่ยงคืนและกินอาหารให้ถูกส่วน เพราะโกรทฮอร์โมนมันสร้างมาจากโปรตีนไม่ใช่น้ำตาล ปัจจุบันอาหารมีน้ำตาลกับแป้งเยอะ และมันไม่มีประโยชน์อะไรมาก มันไม่ได้ไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อหรือสร้างอวัยวะอะไร เราจึงต้องกินอาหารโปรตีนให้มันพอดีๆ กินอาหารให้หลากหลายและครบถ้วนทุกหมวดหมู่ดีที่สุด เพราะในสารอาหารบางทีก็มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระกันแก่อะไรทั้งหลาย และแร่ธาตุที่สำคัญคือแร่ธาตุสังกะสี สังกะสีมันน้อยกล้ามเนื้อมันก็ไม่เจริญการสร้างฮอร์โมนมันก็ไม่ดี ฮอร์โมนมันต่ำ สารอาหารไม่พอ คุณนอนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ถูกต้อง ออกกำลังกาย เดี๋ยวก็ใหญ่ขึ้นมาเองแหละ”
กินแป้งกับน้ำตาลเยอะมีผลต่อน้องชาย
นอนดึกก็ทำให้ขาดฮอร์โมน ทั้งฮอร์โมนเพศชายและโกรทฮอร์โมน double maxx serum ทานอาหารพวกแป้งและน้ำตาลเยอะก็ขาดโปรตีนขาดแร่ธาตุสังกะสี ทั้งหมดนี้ก็เป็นส่วนเกี่ยวข้องการเจริญเติบโตของอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะอวัยวะตรงนั้น ปรับพฤติกรรมสักนิดเดียวขนาดก็กลับมา…’ พิธีกรรายการตอบปัญหาทางเพศชื่อดังกล่าว

ถามจริงขนาดเล็กหรือใหญ่ไฉไลกว่ากัน?

อันไหนดีกว่ากันนะเหรอ…? พิธีกรรายการตอบปัญหาทางเพศชื่อดังบอกว่า ย้อนกลับไปดูงานศึกษาวิจัยที่ผ่านมาระบุว่าผู้หญิงมีความสุข ไม่ขึ้นอยู่กับขนาดอย่างเดียว มันต้องอยู่เทคนิคด้วย พูดง่ายๆ ถ้าใครที่มีขนาดใหญ่ก็ใช้เทคนิคน้อยหน่อย แต่หากมีขนาดเล็กก็ใช้เทคนิคเยอะหน่อยเท่านั้นเอง ซึ่งความเล็กความใหญ่ของอวัยวะเพศ คนเขาถือเป็นความภาคภูมิใจไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน แต่ไม่อยากให้ไปซีเรียสมากขนาดนั้น

“ถ้าคุณมีคุณภาพคับแก้ว หรือมีขนาดใหญ่ในมุมผู้หญิงก็จะกระชับ เวลาเกิดการเสียดสีมันก็จะกระตุ้นประสาทสัมผัสได้ดีกว่า แต่ขนาดใหญ่ไปผู้หญิงไทยก็อันตราย โดยขนาดที่เหมาะสมกับผู้หญิงไทยก็คือ 4.5 นิ้วใหญ่กว่านี้ผู้หญิงจะไม่มีความสุข แต่ถามว่าอะไรสำคัญกว่ากันเทคนิคสำคัญกว่าแต่ก็อย่างว่าเทคนิคต้องเรียนรู้ ซึ่งก็แล้วแต่คน เพราะเทคนิคฝึกยาก ดังนั้น สำหรับผมความสำคัญของ 2 อย่างควรจะเท่าๆ กันคือมีทั้งเทคนิคและขนาดที่ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป”
ใหญ่เกินไปใครว่าดี

ถามว่าขนาดใหญ่ไปมีข้อเสียไหม ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ขนาดใหญ่เกินไปก็ไม่ดี เวลาสอดใส่ผู้หญิงก็จะเจ็บ บางคนถึงขั้นเข็ดและไม่ชอบไปเลยก็มี

“อย่างคองโกชาติที่มีอวัยวะเพศใหญ่ที่สุดก็คือ 7.1 นิ้วก็น่าจะสร้างความบาดเจ็บให้กับผู้หญิงชาติอื่นๆ ได้ แต่ขนาดที่ว่าอาจจะเหมาะกับผู้หญิงประเทศเขาก็ได้ แต่สำหรับประเทศไทย 4.5 นิ้วเหมาะสมที่สุด”

ท้ายที่สุด ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสุขภาพเพศชื่อดังยังฝากทิ้งท้ายถึงชายไทยที่ฟังผลการสำรวจนี้แล้วซีเรียสด้วยว่า อย่าไปซีเรียสกันมากเรื่องไทยขนาดเล็ก แต่อยากให้มองว่าผลสำรวจนี้น่าจะบ่งชี้ว่าสุขภาพเราน่าจะลดลง ซึ่งน่ากลัวว่า ดังนั้น แนะนำว่าควรจะรักษาสุขภาพกันมากขึ้น ไม่ต้องไปวิตกกับผลสำรวจนี้ไปฉีดอะไรจนเน่า รักษาสุขภาพให้มันดีมันก็ขึ้นมาเอง นอนหลับก่อนเที่ยงคืนพักผ่อนให้เพียงพอ งดแป้งและน้ำตาลและออกกำลังกายให้มากๆ รับประกันว่าดีอย่างแน่นอน double maxx serum.

รากสามสิบ ยาบำรุงสตรีคืออะไร โดยทางเทคนิคแล้ว ยาบำรุงสตรีก็คือ “ยาดอง” ประเภทหนึ่งนั่นเอง

รากสามสิบ ยาบำรุงสตรีคืออะไร โดยทางเทคนิคแล้ว ยาบำรุงสตรีก็คือ “ยาดอง” ประเภทหนึ่งนั่นเอง ซึ่งโดยปกติแล้วยาดองเหล้าจะมีสรรพคุณในการช่วยแก้อาการปวดเมื่อย ช่วยทำให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ช่วยทำให้สตรีหลังคลอดฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ยาดองได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน และถูกเปลี่ยนชื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้ใช้ จนกระทั่งกลายมาเป็นยาบำรุงสตรีในปัจจุบันนั่นเองยาบำรุงสตรี เป็นยาสามัญประจำบ้านในกลุ่มของยาแผนโบราณ ซึ่งมีสรรพคุณในการช่วยขับประจำเดือน เป็นยาบำรุงโลหิตสำหรับสตรีที่มีประจำเดือนมาไม่ตามปกตินอกจากนี้ ยังช่วยในการขับน้ำคาวปลาในกลุ่มสตรีที่พึ่งคลอดบุตร และเป็นยาบำรุงเลือดไปด้วยในตัว ซึ่งในปัจจุบันยาบำรุงสตรีมีวางจำหน่ายอยู่ 2 ประเภทคือ แบบชนิดน้ำ และชนิดเม็ด รากสามสิบ.

รากสามสิบ

รากสามสิบ ทำไมยาบำรุงสตรีถึงสามารถช่วยกระตุ้นให้ประจำเดือนมาตามปกติได้ รากสามสิบ คุณสัมฤทธิ์
ในยาบำรุงสตรีจะมีสมุนไพรหลักเด่นๆที่มักพบเป็นส่วนผสมอยู่ 2 ชนิด คือ “ว่านชักมดลูก” และ “โกฐเชียง” (ตังกุย) ซึ่งจะมีส่วนประกอบของสารไฟโตเอสโตรเจน ที่มีโครงสร้างคล้ายกับฮอร์โมนเพศหญิง

จึงทำให้ยาบำรุงสตรีมีสรรพคุณในการช่วยปรับฮอร์โมนที่เสียไปจากสาเหตุบางอย่าง และยังเป็นการกระตุ้นให้ประจำเดือนมาเมื่อทำการรับประทานยาเข้าไป รากสามสิบ

นอกจากนี้ ยาบำรุงสตรี ยังมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ที่ทำหน้าที่ช่วยสกัดเอาตัวยาออกมา และยังช่วยทำให้เลือดลมเกิดการสูบฉีดที่ดีมากยิ่งขึ้น

การรับประทานยาบำรุงสตรีช่วยทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้นจริงๆหรือ
ในปัจจุบันคุณสาวๆบางคนได้นำยาบำรุงสตรีมาใช้ในการบำรุงผิวพรรณโดยมีความเชื่อว่า ยาบำรุงสตรีสามารถช่วยทำให้ผิวพรรณสดใสมากขึ้น อีกทั้งยังมียาบำรุงสตรีหลายๆยี่ห้อที่เขียนสรรพคุณของสินค้าเอาไว้ว่า สามารถช่วยบำรุงผิวพรรณให้มีดูมีเลือดฝาด เปล่งปลั่ง กระชับมดลูก บำรุงธาตุ ฯลฯ

ในความเป็นจริงแล้ว สำหรับบางคนที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนกำลังบกพร่องอยู่ เมื่อรับประทานยาบำรุงสตรีที่อุดมไปด้วยไฟโตรเอสโตรเจนเข้าไป ส่งผลทำให้ลักษณะของฮอร์โมนเพศหญิงปรากฏออกมาชัดเจนขึ้น ผิวพรรณจึงมีความสดใสมากยิ่งขึ้น

แต่ก็ใช่ว่าคุณสาวๆทุกคนจะสามารถใช้วิธีดังกล่าวเพื่อช่วยทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้น เพราะสาเหตุที่ทำให้ผิวเกิดความหมองคล้ำในแต่ละคน อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นเพราะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน

ข้อควรระวังในการรับประทานยาบำรุงสตรี
1. การรับประทานยาบำรุงสตรีนานๆส่งผลเหมือนกับการดื่มสุรานานๆ เนื่องจากในยาบำรุงสตรีมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ซึ่งสามารถทำให้เกิดการเสพติดได้เหมือนกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยทั่วไป นอกจากนี้การดื่มติดต่อกันนานๆจะส่งผลเสียต่อร่างกายได้เหมือนกับการดื่มแอลกอฮอล์เช่นกัน

2. การการรับประทานยาบำรุงสตีนานๆอาจทำให้เกิดมะเร็งเต้านม เนื่องจากยาบำรุงสตรีโดยส่วนใหญ่มีส่วนผสมของตังกุย ซึ่งสามารถกระตุ้นให้เกิดมะเร็งเต้านมขึ้นหากมีการรับประทานเป็นระยะเวลานานๆ นอกจากนี้ยังทำให้ผิวเกิดอาการผื่นแพ้ได้ง่ายมากกว่าปกติ

3. การรับประทานยาบำรุงสตรีหลังคลอดบุตรควรปรึกษาแพทย์และเภสัช การดื่มยำบำรุงสตรีเพื่อจุดแระสงค์ในการขับน้ำคาวปลาหลังการคลอดบุตร อาจจะมีผลต่อน้ำนมที่ให้แก่บุตรได้

4. สตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทานยาบำรุงสตรี เนื่องจากมีฤทธิ์ในการบีบมดลูกแบบอ่อนๆ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อเด็กในท้องถึงขั้นทำให้เด็กเกิดความพิการขึ้นได้ แม้จะเป็นเพียงการรับประทานเพียงเล็กน้อยก็ตาม

5. ผู้ป่วยที่มีไข้สูง ผู้ที่แพ้แอลกอฮอล์ และผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ห้ามทำรับประทานยาบำรุงสตรีโดยเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม มีความเข้าใจผิดอีกประการหนึ่งที่สำคัญในการรับประทานยาบำรุงสตรี คือ เชื่อกันว่า ยาบำรุงสตรีสามารถช่วยทำแท้ง และขับก้อนเลือด (ทารกในครรภ์) ที่ไม่ต้องการได้

ในความเป็นจริงแล้วยาบำรุงสตรีไม่สามารถช่วยทำให้แท้งได้ ซึ่งได้รับการยืนยันจากสูตินารีแพทย์หลายคนในความจริงส่วนนี้ เพราะการที่รับประทานยาบำรุงสตีแล้วมีเลือดออกนั้น จะเป็นเฉพาะเลือดประจำเดือนที่มาไม่ปกติ เนื่องจากความผิดพลาดของฮอร์โมนร่างกายเท่านั้น

แต่ถ้าหากเป็นเลือดที่ออกมาจากการทำแท้ง หรือการตกเลือด เลือดจะไหลไม่หยุด และมีอาการเจ็บปวดทรมานเป็นอย่างมาก ซึ่งจำเป็นที่จะต้องทำการนำส่งโรงพยาบาลโดยทันที เนื่องจากอาการดังกล่าวอาจจะมีอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้

พอย่างเข้าสู่วัยเลข 4 นำหน้า เชื่อว่าผู้หญิงหลายคนคงกังวลไม่น้อยกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะมีผลทางร่างกาย และจิตใจ ภาวะที่เกิดขึ้นนี้เกิดขึ้นจากการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนในรังไข่ลดลง

สิ่งที่เห็นได้ชัดหลังฮอร์โมนเพศหญิงผลิตน้อยลงของสาวใหญ่ทั้งหลาย ก็คือภาวะทางอารมณ์ขึ้นๆ ลง ๆ ง่ายๆ ขี้หงุดหงิด รวมถึงระบบการทำงานของร่างกายมีประสิทธิภาพไม่ดีเหมือนสมัยสาวๆ

ด้านนายแพทย์ อรรถสิทธิ์ อมรถนอมโชค แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลเวชธานีได้แนะนำว่า อาการดังกล่าวเป็นผลจากภาวะวัยทอง ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้ว การดูแลตัวเองก็ต้องละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้น เพราะผู้หญิงที่อายุ 40 ขึ้นไป ระบบการทำงานของร่างกายจะไม่แข็งแรงเหมือนก่อน เราจึงต้องหาวิธีเสริมและสร้าง ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีวิตามินและอาหารเสริมให้เลือกหลากหลาย แต่ทั้งนี้ก็ต้องเลือกให้เหมาะสมกับร่างกายด้วย ซึ่งอาจจะพิจารณาเพื่อนำมาใช้ในการช่วยการดูแลสุขภาพให้เหมาะสมดังนี้

1. Soy isoflavone สารสกัดในกลุ่ม flavanoids ซึ่งสกัดออกมาจากถั่วเหลือง โดยพบว่า soy isflavone เมื่อร่างกายรับเข้าไปแล้ว ก็จะถูกเปลี่ยนเป็นสารสกัดจากพืชที่ออกฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน จะช่วยลดอาการร้อนวูบวาบตามตัว หงุดหงิดง่าย ป้องกันไม่ให้ผิวพรรณเหี่ยวย่น หรือแห้งเกินไป นอกจากนี้ งานวิจัยล่าสุดส่วนใหญ่บ่งชี้ไปทางเดียวกันว่า สามารถช่วยลดปัญหาการเกิดโรคกระดูกบาง, กระดูกพรุนได้ หากรับประทานอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญตัว Soy isoflavone ไม่ได้มีผลในการเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศหญิงจึงคลายความกังวลได้ว่าจะไม่มีผลอันตรายต่อการเกิดปัญหามะเร็งเต้านม และมะเร็งมดลูกได้ แม้ว่าจะใช้เป็นเวลานานๆ

2. Black Cohosh เป็นสมุนไพรที่นำส่วนของรากมาใช้สกัดเป็นสารออกฤทธิ์ ปัจจุบันเป็นที่ใช้อย่างแพร่หลายในด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ซึ่งช่วยในเรื่องการลดอาการปวดศีรษะบ่อยๆ ใจสั่น นอนไม่หลับ ร้อนวูบวาบ เหงื่อออก และอารมณ์แปรปรวน ซึ่งสมุนไพรตัวนี้ก็พบว่ามีการนำมาใช้ในผู้ป่วยสูติ-นรีเวชด้วย เนื่องจากอาการดังกล่าวสร้างความรำคาญหงุดหงิดให้กับคุณผู้หญิงไม่น้อย การหันมาใช้ Black Cohosh ก็อาจจะเป็นอีกทางเลือกที่น่าจะพิจารณา มากกว่าการแก้ปัญหาด้วยการทานยานอนหลับ
3. Vitamin D ถ้าพูดถึงวิตามินดี ทุกคนคงนึกถึงสรรพคุณในการป้องกันโรคกระดูกบางหรือพรุนที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน และคิดว่าวิตามินดีไม่จำเป็นต้องไปเสริม เพราะการโดนแดดจะทำให้ร่างกายเราได้รับวิตามินดีเพียงพอ แต่จริงๆ แล้วในปัจจุบันเราพบว่าคนไทยขาดวิตามินดีเป็นจำนวนมาก รากสามสิบ เนื่องจากคนไทยกลัวแดด กลัวผิวคล้ำ มีรอยด่างดำ และเสี่ยงต่อโรคมะเร็งผิวหนังมากด้วย ซึ่งในงานวิจัยปัจจุบันเราพบว่าผู้ที่มีระดับวิตามินดีในเลือดสูงมากกว่า 50 ug/dl ขึ้นไปจะลดความเสี่ยงของโรคร้ายแรงได้มากถึง 4 อย่าง คือ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคกระดูก และโรคแพ้ภูมิตนเอง นอกจากนี้มีงานวิจัยที่แสดงถึงความสัมพันธ์ที่เป็นไปได้ของผู้ที่มีสุขภาพดีและอายุยืนคู่กับการมีระดับวิตามินดีในเลือดสูงอย่างเพียงพอ ทั้งนี้ต้องตรวจดูระดับวิตามินดี และกินวิตามินดีทดแทน เพราะการตรวจดูระดับวิตามินดีจากเลือดจะช่วยในการพิจารณาถึงปริมาณของวิตามินดีที่จะกินเสริม ซึ่งในผู้ป่วยแต่ละคนอาจจะต้องการใช้มากน้อยไม่เท่ากัน

4. Calcium ถือว่าเป็นแร่ธาตุที่คนทั่วไปรู้จักดี โดยอยู่ในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ นม ที่อุดมด้วยแคลเซียม แต่ถ้าเรามีปัญหาน้ำหนักตัวเกิน ไขมันในเลือดสูง ก็ควรเลือกอาหารประเภทงา งาดำ ถั่วต่างๆ จะได้แคลเซียมเช่นเดียวกัน ซึ่งปัญหาของการได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอก็คือเรื่องการดูดซึม คนทั่วไปคิดว่ากินแคลเซียมเสริมเป็นเม็ดๆ หรือเม็ดฟู่บ้าง ก็จะได้แคลเซียมที่เพียงพอ แต่จริงๆ แล้วการกินแคลเซียมเข้าไปร่างกายอาจดูดซึมได้ไม่ถึง 20% เพราะฉะนั้นเราจะได้ประโยชน์จากการกินแคลเซียมเสริมต้องรู้ก่อนว่าร่างกายเราจะดูดซึมแคลเซียมได้ดีหรือไม่

5 . Red yeast rice สมุนไพรตัวนี้ที่จีนใช้กันมานาน โดยเอามาทาเคลือบผิวเป็ดปักกิ่ง อีกทั้งยังมีสรรพคุณเรื่องการลดระดับไขมันคลอเลสเตอรอล ทั้งชนิดรวมและชนิดไม่ดี ซึ่งมีการศึกษาวิจัยจากทั้งที่จีนและอิตาลี โดยนำเอามาใช้ลดระดับไขมันในเลือดของผู้ป่วยที่เริ่มมีปัญหาไขมันคลอเลสเตอรอลระดับรุนแรงน้อยถึงปานกลางได้ดี คุณผู้หญิงที่เข้าวัยทองส่วนมากอาจจะต้องเริ่มพึ่งเจ้าสมุนไพรตัวนี้ เพราะการที่ฮอร์โมนเพศหญิงลดลงจะส่งผลในแง่ระบบการเผาผลาญมีปัญหา ไขมันคลอเลสเตอรอลในเลือดก็จะสูงขึ้นได้

6. Anti-oxidant วิตามินในกลุ่มนี้ ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี สารกลุ่มแคโรทีน ไลโคพีน โคเอนไซม์คิวเท็น สารสกัดเมล็ดองุ่น สารสกัดเปลือกสนฝรั่งเศส แอสต้าแซนทิน และ เรสเวอลาทอร์ เป็นสารกลุ่มต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยมากในการป้องกันการเกิดโรคทั้งโรคหลอดเลือดอุดตันหัวใจและสมอง ลดการสร้างสารเบต้าอไมลอยด์ในสมอง ที่เป็นต้นเหตุของโรคความจำเสื่อม ลดการทำลายของคอลลาเจนที่ผิวพรรณ เสริมภูมิต้านทาน ลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็ง

ปัจจุบันเราสามารถตรวจจากเลือดว่าเรามีการขาดสารพวกนี้หรือ ถ้าพบมีการขาดจริงก็ค่อยกินเสริมจะได้เกิดประโยชน์ และไม่ต้องเสี่ยงที่จะต้องเสียเงินฟรีเพราะว่าร่างกายได้รับเพียงพออยู่แล้ว ส่วนสารต้านอนุมูลอิสระบางตัวก็อาจจะยังตรวจจากเลือดไม่ได้ ซึ่งควรให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจก่อนว่ามีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคหรือไม่ โดยดูผลจากการตรวจสุขภาพ การปฏิบัติตัวและประวัติในครอบครัวร่วมด้วย รากสามสิบ.

omg sense serum โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศถือเป็นปัญหาที่ใหญ่สำหรับผู้ชาย

omg sense serum โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศถือเป็นปัญหาที่ใหญ่สำหรับผู้ชายที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป แต่ทุกปัญหาอาจไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่ก็มีทางแก้อยู่มากมาย อีกทั้งในปัจจุบันมียาหรืออาหารเสริมมากมายที่ออกมารองรับปัญหาเหล่านี้แต่ก็มีอีกหลายยี่ห้อที่ไม่ได้รับมาตรฐาน ไม่มีหมายเลข อย. เพราะฉะนั้นถ้าจะรับประทานผลิตภัณฑ์เหล่านี้ควรเลือกที่มาตรฐานและเชื่อถือได้โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction) หมายถึง การที่อวัยวะเพศไม่มารถแข็งตัวหรือแข็งตัวได้ไม่นานพอที่จะประกอบกิจทางเพศสำเร็จความใคร่ คำศัพท์เดิมคือ หมด สมรรถภาพทางเพศ( Impotence) ซึ่งให้ความหมายทางน่าอับอาย คำว่า หย่อน สมรรถทางเพศ จึงเหมาะสมกว่าโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ( Erectile Dysfunction) เป็นรูปแบบหนึ่งของโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ( Sexual Dysfunction) โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศอื่นๆ ได้แก่ โรคหลั่งเร็ว, โรคหลั่งช้า, โรคเฉื่อยชาทางเพศ, โรคไม่ถึงจุดสุดยอด เป็นต้น โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นโรคที่พลบ่อย ประมาณร้อยละ 50 ของชายอายุ 40-70 ปี มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศระดับใดระดับหนึ่ง แต่ผู้ป่วยน้อยกว่าร้อยละ 10 ที่แสวงหาทางรักษา กลไกการการแข็งตัวขององคชาต omg sense serum.

omg sense serum
omg sense serum เพื่อให้เข้าใจสาเหตุของโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ จึงควรทราบก่อนว่า องคชาติมีการแข็งตัวได้อย่างไร โดยทั่วไปการแข็งตัวขององคชาตมีได้ 3 แบบ คือ โอเอ็มจี เซนส์ เมน เซรั่ม

การแข็งตัวที่เกิดจากจิตใจ (Pyschogenic erection) เกิดจากสิ่งกระตุ้นทางตา ,หู, จมูก หรือสัมผัสที่สมองได้รับหรือจินตนาการ ซึ่งเกิดขึ้นเองในสมองส่งผ่านเส้นประสาทไขสันหลังบริเวณกระเบนเหน็บ ไปยังเส้นประสาทที่หล่อเลี้ยงองคชาต และเซลล์กล้ามเนื้อเรียบในองคชาต มีการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีสื่อสารต่างๆ ทำให้เลือดไหลสู่องคชาตมากขึ้นและไหลกลับน้อยบงองคชาติจึงแข็งตัว omg sense serum
การแข็งตัวที่เกิดจากปฏิกิริยาสะท้อนกลับ (Reflexogenic erection) เป็นผลจากการกระตุ้นโดยตรงองชาต และเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ ส่งผ่ายระบบประสาทไขสันหลังทำให้เกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับทางเส้นประสาทที่หล่อเลี้ยงองคชาตทำให้องคชาตแข็งตัว
การแข็งตัวที่เกิดขึ้นในยามวิกาล (Nocturnal erection) เป็นความพยายามของร่างกายที่จะทำให้องาตมีออกซิเจนมาเลี้ยงเพิ่มขึ้น เกิดขึ้นขณะหลับแม้ไม่ได้ฝันเรื่องกามารมณ์ โดยอาศัยฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่ทำให้องคชาตแข็งตัว
ขณะตื่นการแข็งตัวขององคชาตเป็นผลจากกาทำงานร่วมกันของจิตใจและปฏิกิริยาสะท้อนกลับ โดยธรรมชาติการแข็งตัวจะลดลงเมื่ออายุมากขึ้นและต้องการการกระตุ้นมากขึ้นจึงจะแข็งตัวรวมทั้งความดื่มด่ำ ความนานและรุนแรงการถึงจุดสุดยอดจะลดลงและต้องการเวลามากขึ้นจึงจะกลับมาแข็งตัวใหม่ได้
สาเหตุของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
จะเห็นได้ว่าการแข็งตัวขององคชาต อาศัยการทำงานร่วมกันหลายระบบทั้งจิตใจ, สมอง, ไขสันหลัง, ระบบประสาทและหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงองคชาต, รวมทั้งฮอร์โมนเพศชาย ความผิดปกติของระบบใดระบบหนึ่ง จึงทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัว หรือโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศได สาเหตุของโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศมีดังนี้

ปัจจัยทางจิตใจ
พบว่าร้อยละ 10-30 ของผู้มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศมีปัญหาทางจิตใจ จึงขาดสิ่งกระตุ้นที่จะทำให้เกิดการแข็งตัว ปัญหาเหล่านี้ได้แก่ ความกลัว เช่น กลัวว่าจะไม่สามารถร่วมเพศได้ กลัวว่าอวัยวะเพศจะไม่แข็งตัว เมื่ออวัยวะไม่แข็งตัวก็ทำให้เกิดความกลัวมากขึ้น กลัวจะติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะโรคเอดส์ เป็นต้น รู้สึกผิดเกี่ยวกับเรื่องเพศ มีความเครียดหรือกังวลกับปัญหาเรื่องงานปัญหาเศรษฐกิจ หรือปัญหาครอบครัว

ปัญหาทางร่างกาย
มีสาเหตุทางกายหลายอย่างที่ทำให้เกิดโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ได้แก่

ความผิดปกติดทางระบบประสาท ถ้าเซลล์ประสาทที่ส่งสัญญาณหรือควบคุมการแข็งตัวขององคชาตถูกทำลายไม่ว่าโดยอุบัติเหตุหรือโรคภัยไข้เจ็บก็ทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัวได้ เช่น การบาดเจ็บต่อไขสันหลัง, การผ่าตัดต่อมลูกหมาก, เส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก เป็นต้น
ความผิดปกติของหลอดเลือด โรคที่ทำเกิดความผิดปกติของการไหลเวียนเลือดสู่องคชาต ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง, โรคเบาหวาน, ไขในในเลือดสูง, การสูบบุหรี่ เป็นต้น
ความเสียหายต่อโครงสร้างขององคชาต ที่เกิดจากการบาดเจ็บ, การผ่าตัด หรือสาเหตุอื่นๆ
การขาดแคลนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ซึ่งมักพบในผู้สูงอายุหรือวัยชายวัยทอง
การใช้ยา ยาบางชนิดทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัว เช่น ยาขับปัสสาวะ, ยาคลายเครียด, ยารักษาโรคซึมเศร้า, ยารักษาโรค, ความดันโลหิตสูงบางชนิดที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนล่าง, ยากลุ่มต้านเบต้า,และ สุรา อย่างไรก็ตามผลของยามักเป็นชั่วคราวและกลับคืนสู่ปกติได้เมื่อหยุดใช้ยา ดังนั้น เมื่อพบแพทย์จึงต้องบอกถึงยาที่ใช้อยู่ด้วยเสมอ
การรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
เมื่อมีปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัวควรปรึกษาแพทย์ เนื่องจากโรคนี้สัมพันธ์กับผลของโรคบางโรค การบาดเจ็บ จากการรักษาทางยาหรือการผ่าตัดดังกล่าวมาแล้ว และมักมีปัจจัยหลายอย่างประกอบกันในปัจจุบันมีแนวทางการรักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศหลายทางด้วยกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุ

การรักษาปัจจัยทางจิตใจ ต้องได้รับการบำบัดทางจิตใจและจะได้ผลดีขึ้น ถ้าได้รับความร่วมมือที่ดีจากคู่ครอง การปฏิบัติต่อกันด้วยไมตรีจิต มีการเล้าโลม และกอดจูบกันโดยละเว้นจากการร่วมเพศสักระยะหนึ่ง เป็นการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ
การรักษาปัจจัยทางร่างกาย ต้องรักษาโรคที่เป็นสาเหตุงดสูบบุหรี่, งดสุรา ให้แพทย์เปลี่ยนยาที่ใช้ถ้ามีผลต่อการแข็งตัว ให้ฮอร์โมนทดแทนในรายที่ขาดฮอร์โมนเพศ ในรายที่การรักษาข้างต้นไม่สามารถทำให้สมรรถภาพกลับสู่ปกติได้ อาจใช้ยาหรือเครื่องมือช่วยเพิ่มกระแสเลือดไปยังองคชาต หรือผ่าตัดสอดแกนในองคชาต ดังจะได้กล่าวรายละเอียดต่อไปนี้
การใช้ยาช่วยเพิ่มเลือดไปยังองคชาต ได้แก่
Sildenafil เป็นยารับประทานออกฤทธิ์เสริมการทำงานของสารที่ทำให้เลือดไหลเข้าสู่หลอดเลือดในองคชาต โดยยับยั้งเอนไซม์ที่ย่อยสลายสารดังกล่าว การใช้ยาชนิดนี้ต้องอาศัยการกระตุ้นทางเพศช่วยด้วยเสมอ ควรรับประทานยาก่อนร่วมเพศประมาณครึ่งชั่วโมงยานี้ไม่มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางจึงไม่ใช่ยาปลุกกำหนัดอย่างที่เข้าใจกันผิดๆ ข้อห้ามที่สำคัญของยานี้ คือ ผู้ใช้ยาต้องไม่ไดกำลังใช้ยากลุ่มไนเตรต รวมทั้งยาที่สมีสารไนเตรตอยู่ เนื่องจากทำให้เสริมฤทธิ์กันเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ กรณีที่ใช้ยา Sildenafil แล้วมีอาการเจ็บหน้าอกภายใจ 24 ชั่วโมง จึงควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เพื่อแพทย์จะได้ไม่ให้ยาไนเตรตบรรเทาอาการเจ็บหน้าอกนั้น แม้ว่าครึ่งชีวิตของ Sildenafil จะสั้นกว่านั้นมากก็ไม่ควรเสี่ง
Alprostadil เป็นยาที่มีทั้งชนิดฉีดเข้าที่ช่ององคชาตและสอดทางท่อปัสสาวะ ช่วยให้เลือดไหลสู่หลอดเลือดในองคชาตมากขึ้นยานี้ออกฤทธิ์ได้โดยไม่ต้องอาศัยการกระตุ้นทางเพศ ผลข้างเคียง คือชนิดฉีดเข้าที่องคชาติอาจมีอาการแสบร้อน หรือปวดบริเวณที่ฉีดได้และชนิดสอดทางท่อปัสสาวะ อาจมีอาการแสบท่อปัสสาวะได้
การใช้อุปกรณ์สุญญากาศ ช่วยให้เลือดหลสู่องคชาตมากขึ้นจนแข็งตัว แล้วจึงใช้สายรัดโคนอวัยวะเพศไว้ ข้อที่สำคัญคือ ห้ามคาสายรัดไว้นานเกิน 30 นาที เนื่องจากจะขาดเลือดไปเลี้ยงมากเกินไป
การผ่าตัดสอดแกนในองคชาต มีที่ใช้น้อย และค่าใช้จ่ายสูง
ไม่ว่าจะใช้การรักษาแบบใด ต้องมีการให้ความรู้และความเข้าใจแก่คนไข้ด้วยเสมอ การรักษาจึงจะได้ผลดี ดังนั้นผู้ที่มีโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศจึงไม่ควรอับอาย หรือปิดบังจนเกิดปัญหาครอบครัวตามมา เพราะปัจจุบันความรู้ความเข้าใจและวิธีการรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศก้าวหน้าขึ้นมาก แพทย์สามารถแก้ปัญหาให้ท่านได้

การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศรักษาได้อย่างไร

การไม่ยอมแข็งตัวของอวัยวะเพศ หรือแข็งตัวได้ไม่นานพอ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบมากถึง 30 % ในหนุ่มไทย ชายที่อายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวโดยมีถึงสองในสาม ที่มีปัญหาในระดับปานกลางถึงรุนแรง มีผู้กำลังเผชิญกับโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ มากกว่า 3 ล้านคน นพ.ไพโรจน์ อภัยบัณฑิตกุล ศัลยแพทย์ทั่วไป โรงพยาบาลปิยะเวท กล่าวว่าการที่อวัยวะเพศชายจะแข็งตัวขึ้นได้นั้น ต้องมีหลายระบบทำงานร่วมประสานกัน เริ่มจากการมีสิ่งเร้ามากระตุ้นให้เกิดความรู้สึกทางเพศก่อน แล้วสมองก็จะส่งสัญญานไปยังอวัยวะเพศผ่านทางระบบประสาททำให้มีการคลายตัวของกล้ามเนื้อควบคุมการไหลเวียนของเลือดเข้าอวัยวะเพศชาย ในขณะเดียวกันหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงอวัยวะเพศจะขยายตัวขึ้นเป็นสองเท่า ทำให้เลือดไหลมาคั่งอยู่ภายในอวัยวะเพศและเลือดก็ถูกกักไว้โดยเนื้อเยื่อรอบ ๆ เป็นผลให้มีการแข็งตัวของอวัยวะเพศ omg sense serum ถ้ามีอะไรก็ตามที่มาขัดขวางขบวนการเหล่านี้ จะส่งผลให้เกิด การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศทั้งสิ้น
ผลจากการสำรวจชายที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไปที่มีปัญหา(ED) การไม่แข็งตัว ของอวัยวะเพศเนื่องมาจากโรคภัยไข้เจ็บ ได้แก่
โรคเบาหวาน-Diabetes มีโอกาสเกิด ( ED) 70-75%
โรคเบาหวานร่วมกับโรคความดันโลหิตสูง Hypertension มีโอกาสเกิด ( ED) 80-85%
โรคเบาหวานร่วมกับโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ Cardiovascular disease มีโอกาสเกิด ( ED) 95-100% ตั้งแต่โรคของร่างกาย โรคของจิตใจ หรือแม้แต่ผลจากยาบางชนิด หมอจึงต้องถามประวัติทางการแพทย์อย่างละเอียด โดยเฉพาะประวัติส่วนที่เกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์คำถามจะเจาะลึกมากอาจจะต้องพาภรรยามาด้วยเพื่อช่วยตอบเพื่อให้ได้รายละเอียดมาก และแม่นยำที่สุด พ้นจากการซักถามประวัติ หมอจะตรวจร่างกาย โดยจะมีการตรวจอวัยวะเพศ และตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก มีการเจาะเลือด ตรวจปัสสาวะ และอุจจาระหรืออาจต้องมีการตรวจเพิ่มเติมอย่างอื่นเพื่อค้นหาสาเหตุเป็นพิเศษเฉพาะรายไปถ้าหากตรวจพบว่าถ้าป่วยเป็นโรคทางกาย หมอจะรักษาโรคที่นั้นก่อน ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวานที่คุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี การดื่มเหล้ามากเกินไป การกินยาลดความดันบางชนิด ซึ่งเมื่อหมอได้แก้ไขปัญหาเหล่านี้แล้ว ปัญหาเรื่องการแข็งตัวน่าจะหมดไป แต่ถ้ายังไม่ประสบความสำเร็จในการรักษาก็ต้องเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปแล้วการดำเนินการขั้นต่อไปจะขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ ว่าวิธีใดเหมาะสม จะใช้ยาหรือวิธีการบำบัดต่างๆ การใช้ยา อาจจะจำเป็นในบางราย และไม่ควรจะวินิจฉัยตัวเอง และซื้อยามาใช้เอง ฮอร์โมน มีการใช้ฮอร์โมนเพศเสริมในผู้ที่พบว่าปัญหา นี้เกิดจากระดับฮอร์โมนเพศชายที่ต่ำเกินไป หรืออาจใช้อุปกรณ์สูญญากาศ เป็นท่อพลาสติกสำหรับใช้สวมอวัยวะเพศที่อ่อนตัว แล้วค่อยๆ ดูดลมออกทำให้ภายในท่อเป็นสูญญากาศ ส่งผลให้มีเลือดไหลมายังอวัยวะเพศมากขึ้น จนอวัยวะเพศแข็งตัว เมื่อแข็งได้ที่แล้วก็ใช้ห่วงยางรัดไว้ที่โคนของอวัยวะเพศไม่ให้เลือดไหลออก แล้วถอดท่อพลาสติกออกก็เป็นอันพร้อมใช้การได้ทันทีอวัยวะเพศแบบฝัง ถ้าวิธีข้างต้นไม่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ การฝังอวัยวะเพศเทียมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งซึ่งแก้ปัญหาได้ แต่รายละเอียดเจาะลึกคงต้องไปคุยกับศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะศัลยกรรมหลอดเลือด การผ่าตัดแก้ไขปัญหาของหลอดเลือดดำ และหลอดเลือดแดงที่มาเลี้ยงอวัยวะเพศ อย่างน้อยก็จะได้ผ่อนคลายความกังวล หรืออาจเป็นการแนะนำให้ผู้ป่วยฝึกอะไรบางอย่างซึ่งจะช่วยให้ร่วมรักได้นานขึ้นปัญหาสุขภาพทั่วไป โรคทุกชนิด ไม่ว่าเฉียบพลัน หรือเรื้อรังจะทำให้ความต้องการทางเพศลดลงได้ ไม่ว่าจะเป็นเพียงไข้หวัดเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงการป่วยหนักๆ เช่น เป็นโรคหัวใจหรือมะเร็ง ในทางกลับกัน ถ้าร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่ว่าจะด้วยการออกกำลังและกินอาหารอย่างเหมาะสม ตลอดจนกินยา อย่างถูกต้องตามเวลา (ในกรณีที่มีโรคประจำตัว) ย่อมจะมีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น ฤทธิ์ของยา ไม่ว่าจะเป็นยาลดความดัน ยาคลายเครียด ยารักษาภาวะซึมเศร้า ล้วนแต่ลดความต้องการ ความเครียด ไม่ว่าจะมาจากเรื่องใด เรื่องแฟน เรื่องงาน เรื่องครอบครัว หรือเรื่องเศรษฐกิจ ก็ล้วนแต่ ลดความต้องการทางเพศลงได้ทั้งสิ้นและเมื่อสามารถแก้ปัญหาที่มากวนใจเหล่านี้ได้ ความต้องการทางเพศก็จะกลับมาดีเหมือนเดิม omg sense serum.

verena sure เคล็ดลับการลดน้ําหนัก

verena sure เคล็ดลับการลดน้ําหนัก กินให้พอหายอยาก เช่น เราเคยชอบบัวลอยไข่หวานมาก แต่เมื่อต้องลดความอ้วน ซึ่งอาหารจำพวกบัวลอยไข่หวานเป็นอาหารที่ควรงดเป็นอย่างยิ่งเพราะมีทั้งน้ำตาล กะทิ และไข่ เราก็อาจจะแบ่งกับเพื่อนกินก็ได้ โดยกินแค่ 2-3 คำ เพื่อให้หายอยากก็เพียงพอ แต่ถ้าอยู่คนเดียวก็ควรจะห้ามใจและซื้อกินแต่น้อย หรือเมื่อกินพอหายอยากแล้วก็ให้ทิ้งไปได้เลย ไม่ต้องเสียดายด้วยการเก็บไว้กินอีก เรียงลำดับการกิน ปกติแล้วคนเราจะเริ่มกินอาหารที่อยากกินมากก่อนไปจนถึงที่อยากกินน้อยที่สุด ซึ่งวิธีนี้เราจะไม่ได้เรียงแบบนั้น แต่ให้เรียงลำดับจากการกินอาหารที่มีประโยชน์และปราศจากไขมันและคอเลสเตอรอลเข้าไปก่อน ส่วนอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลเยอะ ๆ ก็ให้อยู่ท้าย วิธีนี้จะช่วยทำให้เรารู้สึกอิ่ม เมื่อถึงคราวที่กินอาหารมัน ๆ เราจะรู้สึกเอียนโดยอัตโนมัติและกินได้น้อยลง กินอาหารก่อนออกจากบ้าน เพราะอาหารตามรายทางส่วนใหญ่จะเป็นอาหารที่เราไม่สามารถจะเลือกได้ว่ามีคุณค่าทางอาหารมากน้อยเพียงใด ซึ่งอาจจะเป็นอาหารที่มีคุณค่าน้อย มีไขมันสูง ซึ่งจะทำให้การควบคุมอาหารของคุณที่ทำมานั้นไร้ประโยชน์ เพราะในภาวะที่เรากำลังหิวจนหน้ามืดนั้น เราคงไม่สนใจอะไรแล้ว และพร้อมที่จะกินอะไรก็ได้โดยไม่ยั้งคิด verena sure.

verena sure
verena sure กินนอกบ้านอย่างระมัดระวัง บางครั้งเราก็ต้องออกไปกินอาหารนอกบ้านกันบ้างล่ะ ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงหรือไปกินกับเพื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานแต่ง งานบวช หรืองานที่เป็นอาหารแบบบุฟเฟต์ก็ให้พยายามเลือกกินแต่อาหารที่มีไขมันต่ำ เครื่องดื่มที่ไม่มีน้ำตาล เน้นกินอาหารจำพวกผักผลไม้ และใช้เวลากับมันให้นาน แล้วเดินไปคุยกับคนนู้นคนนี้มากกว่าจะกิน แต่ถ้าเป็นแบบโต๊ะจีนที่ให้เรากินอาหารแต่ละอย่างทีละน้อย ก็ให้เลือกตักเฉพาะอาหารที่มีไขมันต่ำ เป็นต้น เวอรีน่า ชัวร์
มีสมาธิกับการกิน เพื่อให้เราทราบว่าเรากำลังกินอะไรอยู่ มีไขมันเท่าไร มีคอเลสเตอรอลเท่าไร แล้วเราต้องการอาหารในปริมาณเท่าไรถึงจะพอดี ถ้าเรามีสมาธิอยู่กับการกิน เราก็จะรู้สึกและมีสติในการควบคุมตัวเองไม่ให้กินอาหารมากจนเกินพอดี
เคี้ยวลดน้ำหนัก การเคี้ยวอาหารช้า ๆ สามารถทำให้เราอิ่มอาหารได้ไวขึ้น ต่างจากการเคี้ยวกลืนอย่างรวดเร็วที่จะทำให้เราได้กินอาหารในปริมาณที่มากกว่า verena sure
อายุยิ่งมากยิ่งต้องควบคุมอาหาร หลายคนสงสัยว่าทำไมเมื่อมีอายุมากขึ้นเราถึงอ้วนขึ้นกว่าเดิม ทั้ง ๆ ที่เราก็กินอาหารแบบเดิมในปริมาณเท่าเดิม ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่า เมื่อเราอายุมากขึ้น กิจกรรมต่าง ๆ ที่เคยทำมากในช่วงวัยรุ่นก็ลดลงหรือเปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง เพราะเวลาและโอกาสไม่เอื้ออำนวย
กระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญ โดยการกินอาหารของเรานี้ ไม่จำเป็นต้องอดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง เพียงแต่ซอยอาหารของเราเป็นมื้อย่อย ๆ วันหนึ่งก็กินสักประมาณ 3-4 มื้อ หรือซอยเป็น 4-6 มื้อ โดยในแต่ละมื้อให้คุณกินในปริมาณน้อย ๆ หรือที่เรียกว่ากินให้น้อยแต่กินบ่อยนั่นแหละ (พยายามควบคุมปริมาณอาหารให้เป็นไปตามที่เรากำหนดให้ได้) ซึ่งมันจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานของร่างกายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยลดความอยากอาหารของเราได้ด้วยแหละ
ควบคุมอาหารพร้อมกับออกกำลังกาย อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า หากเรากินอาหารมากเกินความต้องการ เราก็จะอ้วน ดังนั้น เราจึงควรควบคุมอาหารการกินให้ดี กินอาหารจำพวกไขมัน แป้ง น้ำตาล เนื้อสัตว์ แต่น้อย เช่น การเลือกกินกับมากกว่าข้าว โดยอาจจะตักแค่ 1 ทัพพีในแต่ละมื้อ หากไม่อิ่มก็ให้กินแกงจืดแทนข้าว เป็นต้น เพราะร่างกายไม่ได้ต้องการสิ่งเหล่านี้มากมายนัก และเสริมด้วยการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงาน เพื่อที่จะให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลอย่างรวดเร็ว
งดอาหารไม่มีประโยชน์ อย่างอาหารประเภทฟาสต์ฟูดและจังก์ฟู้ดที่ให้พลังงานและทำให้อ้วนได้ง่ายมาก ๆ เช่น มันฝรั่งทอด ไก่ทอด ไอศกรีม ฯลฯ ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ควรงดดื่มเช่นกัน เพราะแอลกอฮอล์นั้นมีฤทธิ์กดความสามารถในการเผาผลาญไขมันของร่างกาย และเมื่อเข้าไปร่างกายแล้วมันยังเปลี่ยนเป็นน้ำตาลอีกด้วย
อาหารที่กินเท่าไรก็ไม่อ้วน ที่คุณควรรู้ไว้ก็คือ ผักใบเขียวต่าง ๆ เครื่องเทศทุกชนิด ซีอิ๊วหรือซอสถั่วเหลือง เกลือ น้ำส้มสายชู กระเทียม ขิง มะนาว และน้ำเปล่า
ดื่มน้ำช่วยลดน้ำหนัก การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยทำให้น้ำหนักของเราลดลงได้ เพราะการดื่มน้ำจะช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย และช่วยลดความอยากอาหาร เพราะการจิบน้ำสะอาดจะช่วยลดความอยากอาหารได้ดีทีเดียว !
น้ำเย็นมีส่วนช่วยลดน้ำหนัก เมื่อเราดื่มน้ำเย็นเข้าไปร่างกายของเราจะมีอุณหภูมิต่ำลง ทำให้ร่างกายพยายามที่จะเผาผลาญพลังงานในร่างกาย เพื่อให้ร่างกายของเรามีอุณหภูมิเหมือนปกติ ทำให้ร่างกายของเราไปเผาผลาญไขมันส่วนที่เกาะติดอยู่ในร่างกาย ดังนั้น การดื่มน้ำเย็นหรือน้ำแข็งก็เป็นทางหนึ่งที่มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก
น้ำผักผลไม้ปั่นลดความอ้วน คุณควรทำน้ำผลไม้ติดบ้านเอาไว้บ้าง เพราะนอกจากจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว มันยังช่วยบำรุงผิวของเราไม่ให้เราดูโทรมในช่วงที่เราลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วได้ดี แต่ให้พยายามหลีกเลี่ยงผลไม้ที่ให้ความหวานมาก เพราะมันจะทำให้เราอ้วนได้ เช่น มังคุด น้อยหน่า มะม่วงสุก ทุเรียนสุก และผลไม้ที่สุกงอมทั้งหลายควรเลือกเป็นผลไม้ที่มีรสออกไปทางเปรี้ยวหรือมันมากกว่า หรือเป็นผลไม้ที่ยังไม่สุก (ถ้าจะป้องกันความหวานจากผลไม้ เราควรเน้นผักเป็นหลัก) และการมีน้ำผักหรือน้ำผลไม้ที่ปราศจากน้ำตาลติดอยู่ในตู้เย็น ก็ยังช่วยในเรื่องของความหิวอันเนื่องมาจากการลดน้ำหนักอีกด้วย เพราะในช่วงการลดน้ำหนัก ร่างกายเราจะต้องการกินอาหารมาก เพราะอาหารที่กินเข้าไปนั้นจะน้อยลงกว่าปกติ ดังนั้นการดื่มน้ำผักผลไม้จึงช่วยลดความอยากอาหารได้พอสมควรเลยล่ะ
เลือกกินน้ำสลัด น้ำสลัดแบบครีมหรือแบบข้นที่มีส่วนผสมของนมและไข่ นอกจากจะไม่ช่วยควบคุมน้ำหนักแล้ว มันยังสามารถเพิ่มน้ำหนักให้เราได้อีกด้วย อย่างไรก็ดี น้ำสลัดนั้นก็มีอยู่หลายชนิดที่ไม่มีสวนผสมที่ทำให้อ้วน อย่างน้ำสลัดใส ซึ่งจะทำให้สลัดของเรานั้นเป็นอาหารลดน้ำหนักอย่างแท้จริง
แกงจืด การกินแกงจืดเต้าหู้เปล่า ๆ แทนข้าว 1 มื้อ verena sure นอกจากจะช่วยลดความหิวได้แล้ว แกงจืดยังเป็นอาหารที่ช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
ผักสดและผักต้ม ในช่วงที่เรากำลังควบคุมน้ำหนักและลดความอ้วน การกินผักสดและผักต้ม แทนที่จะนำไปทอดกับน้ำมัน ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะนอกจากจะช่วยในเรื่องของน้ำหนักแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวพรรณให้ดูมีน้ำมีนวลและเปล่งปลั่งอีกด้วย
ข้าวกล้อง จะมีประโยชน์ในแง่ของการให้กากใย จึงช่วยในเรื่องของระบบการย่อยอาหาร และไม่ทำให้อ้วนมากด้วย ข้าวกล้องจึงเป็นข้าวที่เหมาะกับสาว ๆ ที่กำลังลดน้ำหนักเป็นอย่างมาก
ถั่วเหลือง การกินถั่วเหลืองและงาพร้อมกัน จะให้โปรตีนเท่ากับเนื้อสัตว์ ทำให้เราไม่จำเป็นต้องกินเนื้อสัตว์ที่เสี่ยงทำให้เรามีไขมันส่วนเกิน นอกจากนี้ถั่วเหลืองยังมีฮอร์โมนบางชนิดที่สามารถช่วยทำให้คอเลสเตอรอลในร่างกายลดลง และช่วยป้องกันโรคกระดูก โรคมะเร็ง ฯลฯ ได้อีกด้วย ถั่วเหลืองจึงเป็นอาหารที่เหมาะกับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักเป็นอย่างมาก
ของกินเล่นยามลดน้ำหนัก ให้เรานำแคร์รอตมาหั่นเป็นชิ้นยาว ๆ แล้วนำไปแช่ไว้ในตู้เย็น พอเวลาที่เราเกิดอยากเคี้ยวอะไรขึ้นมา ก็ให้นำแคร์รอตออกมาเคี้ยวและกินเล่น ซึ่งจะช่วยลดความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าไม่ชอบก็อาจจะเปลี่ยนเป็นผลไม้ชนิดอื่น ๆ ที่ไม่มีน้ำตาลและไม่ทำให้เราอ้วนก็ได้
ไข่กินได้ การกินไข่ไม่ใช่เรื่องเสียหายในระหว่างการลดความอ้วน เพราะถ้าเรากินในปริมาณพอดี ให้เพียงพอกับความต้องการ ร่างกายก็จะนำสารอาหารจากไข่ไปใช้จนหมด โดยปริมาณที่เหมาะสมและขอแนะนำก็คือ 3-4 ฟองต่อสัปดาห์
โฮลวีตกับโยเกิร์ต เป็นเมนูที่แนะนำสำหรับคนหิวง่ายหรือไม่ต้องการจะกินมื้อใหญ่หรือกินอะไรเยอะแยะ เพราะการกินขนมปังโฮลวีตกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติชนิดไขมันต่ำ จะช่วยหยุดความหิวของเราได้เป็นอย่างดี แถมยังเป็นอาหารที่ช่วยในเรื่องของการย่อยอาหาร ไม่ทำให้อ้วนได้เหมือนขนมปังสีขาวธรรมดา ๆ อีกด้วย
แตงโมช่วยลดความอ้วน แตงโมเป็นผลไม้ที่มีน้ำมากซึ่งจะช่วยทำให้เราปัสสาวะบ่อย เป็นการช่วยนำส่วนเกินในร่างกายออกมา นอกจากนี้ยังช่วยทำให้เรากินอาหารอื่น ๆ ได้น้อยลงอีกด้วย เนื่องจากปริมาณน้ำในแตงโมที่เรากินเข้าไปจะเข้าไปยึดพื้นที่ในกระเพาะอาหารของเรา ทำให้เราอิ่มท้องได้ในระดับหนึ่ง จึงทำให้เรากินอาหารอื่น ๆ ได้น้อยลง
มะละกอ อย่างที่ทราบกันดีว่า มะละกอเป็นผลไม้ที่ช่วยในเรื่องของการระบาย ทำให้เราขับถ่ายได้อย่างเป็นปกติ แต่คุณรู้ไหมว่ามะละกอยังช่วยกำจัดไขมันต่าง ๆ ที่อยู่ในร่างกายตั้งแต่บริเวณกระเพาะอาหารลงไป และมีคุณสมบัติในการกำจัดของเสียต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้ร่างกายของเรามีสุขภาพดี สดใสและเปล่งปลั่งอยู่เสมอ
แอปเปิ้ลเขียว พระเอกในการช่วยลดน้ำหนัก เราสามารถกินแอปเปิ้ลเขียวแทนอาหารหลักในแต่ละมื้อได้โดยที่นอกจากจะไม่ทำให้อ้วนแล้ว ยังช่วยทำให้เราได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน แต่อย่างไรก็ดี เราไม่ควรจะกินแทนข้าวทุกมื้อ แต่ให้กินแทนอาหารหลักวันละ 1 มื้อก็พอ verena sure.

nu oxy 13 เหตุผล…ที่เราต้องกินวิตามิน ?

nu oxy 13 เหตุผล…ที่เราต้องกินวิตามิน ? เมื่อไร…ที่เราต้องกินวิตามิน 1. เมื่อระบบการย่อยอาหารของเรามีปัญหา แม้ว่าเราจะรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์มากเท่าใดก็ตาม แต่ถ้าระบบการย่อยอาหารไม่มี ประสิทธิภาพแล้วก็จะเป็นการจำกัดขีดความสามารถของร่างกาย ในการดูดซึมวิตามินไปใช้ได้ ทำให้ขาดวิตามินที่ต้องใช้ไปได้ 2. นิสัยการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มากเกินไปจะทำลายตับและตับอ่อนซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญ ต่อการย่อยอาหารและขบวนการเมตาโบลิซึม นอกจากนี้แล้วแอลกอฮอล์ ยังทำลายเยื่อบุผนังด้านในของลำไส้ ซึ่งมีผลต่อการดูดซึมอาหาร เป็นสาเหตุให้เกิดการขาดสารอาหารไปในที่สุด ยังไม่รวมสภาวะร่างกายที่ต้องเหนื่อยต่อการไปจัดการกับอัลกอฮออล์อีก nu oxy.

nu oxy

nu oxy 3. การใช้ยาระบายมากเกินไป นู อ๊อกซี่

ไม่ว่าจะท้องผูกจริงๆหรือแอบใช้เพราะต้องการลดความอ้วนก้อตาม มีผลทำให้การดูดซึมของ

วิตามินและเกลือแร่จากอาหารลดลง เพราะอาหารผ่านลำไส้ไปอย่างรีบเร่ง ยาระบายทั้งรูปแบบ

ยาชง ยาเม็ด ทำให้เราสูญเสียวิตามินที่ละลายในไขมันส่วนยาระบายในรูปอื่นๆ ที่ใช้มากเกินไป

ทำให้สูญเสียเกลือแร่ เช่น มิลค์ออฟ แมกนีเซียม

4. ขบวนการหุงต้มหรืออุ่นอาหารมากเกินไป nu oxy

ประเภทเนื้อและผักนานเกินไปอาจทำให้วิตามินที่สลายตัวได้ง่าย ด้วยความร้อนเกิดการรวมตับ

กับออกซิเจนและถูกทำลายไป

5. คนที่เป็นโรคขาดวิตามินและสารอาหารอยู่แล้ว

6. คนที่กินยาปฏิชีวินะบ่อยๆ

แม้ว่าจะมีผลช่วยต้านทานการติดเชื้อได้ดี แต่ยาปฏิชีวนะก็ได้ทำลายแบคทีเรีย ที่มีประโยชน์ใน

ลำไส้ไปด้วย ตามปกติแบคทีเรียนี้จะสร้างวิตามินกลุ่มบีซึ่งจะถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้ การขาดวิ

ตามินบีอาจมีผลทำให้เกิดอาการต่างๆ ของระบบประสาทในคุณผู้หญิงที่ใช้ยาฆ่าเชื่อรักษาสิวอัก

เสบนานๆ จะไปรบกวนระบบสมดุลย์ของแบคทีเรียที่บรเวณช่องคลอด ทำให้เกิดการ

ตกขาวได้ง่ายเข้าไปใหญ่

7. คนที่แพ้อาหารบางประเภท หรือความเชื่อในการงดเว้นไม่รับประทานอาหารบางหมู่

เช่น ในกรณีของคนที่แพ้กลูเตนหรือแลคโตส ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณจะสูญเสียแหล่งของสาร

อาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่นไทอะมีน ริโบฟลาวีน หรือแคลเซียม

8. เกิดอุบัติเหตุและการเจ็บป่วย

คนไข้ที่มีแผลจากไฟไหม้หรือเกิดจากการอักเสบเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สูญเสียโปรตีน และสาร

อาหารที่จำเป็น เช่น วิตามินและเกลือแร่ nu oxy การผ่าตัดจะทำให้ร่างกายต้องการสังกะสี วิตามินอี และ

สารอาหารที่จะนำไปเสริมกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อเพิ่มขึ้น การซ่อมแซมกระดูกที่หักจะเป็น

ไปอย่างเชื่องช้า ถ้าร่างกายมีปริมาณแคลเซียมและวิตามินซีไม่เพียงพอ เมื่อมีการติด

เชื้อร่างกายต้องการสังกะสี แมกนีเซียม วิตามินบี 5 บี 6 เพิ่มอย่างมาก

9. ความเครียด

คนเราพออารมณ์เครียดมากๆก้อพาล ไม่มีอารมณ์หิว กิน

อาหารผิดเวลา ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ทำให้ระดับสารอาหารลดลง การรับประทานวิตามิน

และเกลือแร่เสริม จะช่วยรักษาระดับของสารอาหารในร่างกายได้

10. คุณแม่ตั้งครรภ์

ทำให้ร่างกายต้องการสารอาหารมากกว่าปกติ ทั้งเพื่อความเจริญเติบโตของทารก และช่วยให้แม่

คลอดง่าย สารอาหารที่ร่างกายต้องการเพิ่มมากขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ ได้แก่ วิตามินกลุ่มบี กรด

โฟลิก และวิตามินบี 12 วิตามินเอ ดี อี และเกลือแร่ เช่น แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม สังกะสี

และฟอสฟอรัส

11. การลดน้ำหนักผิดวิธี

12. ความผิดปกติของระบบพันธุกรรมที่ทำให้เราต้องการสารอาหาร หรือวิตามินบางอย่างมากขึ้น

เนื่องจากสภาพทางพันธุกรรมบางคนต้องการวิตามินตัวใดตัวหนึ่ง ในจำนวนมากกว่าคนธรรมดา

ทั่วไป คนเหล่านี้จำเป็นต้องรับประทานวิตามินที่ขาดชนิดนั้นเสริมเพื่อป้องกันการขาด

13. ผู้สูงอายุ

มักจะรับประทานวิตามินและเกลือแร่ในปริมาณที่ต่ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล็ก แคลเซียมและ

สังกะสี มักจะพบว่ามีการขาดกรดโฟลิกควบคู่ไปกับการขาดวิตามินซี ปริมาณอาหารที่มีกากใยก็

มักจะลดลง พบการขาดวิตามินบี 2 และวิตามินบี 6 ด้วย การขาดสารอาหารดังกล่าวอาจมีสาเหตุ

มาจากการที่ประสาทรับรส และกลิ่นเสื่อมลง การหลั่งเอนไซม์ของระบบย่อย

อาหารลดลง โรคเรื้อรังหรืออาจเป็นเพราะความบกพร่องบางประการของร่างกาย nu oxy.

abo x การดีท็อกซ์ คืออะไร

abo x การดีท็อกซ์ คืออะไร การดีท็อกซ์ คือ การล้างพิษ การล้างพิษมีหลายวิธี ได้แก่ การอาบน้ำ การอบ การนวด ร่างกายขับเหงื่อออกทางผิวหนัง ก็เป็นการล้างพิษ ขจัดเอาพิษออกและการสวนล้างลำไส้ ก็นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่จะช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงแล้วยังช่วยให้อวัยวะและระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างสมดุลอีกทั้งช่วยบำรุงผิวพรรณผ่องใส เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันและรักษาโรคต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี กระบวนการล้างพิษ การล้างพิษในร่างกาย ที่จะทำให้มีสุขภาพที่ดี จำเป็นต้องบำรุงรักษาทั้งร่างกายและจิตใจ จึงควรล้างพิษผ่านวิธีทั้ง 5 ได้แก่ – กินเพื่อล้างพิษ กินอาหารล้างพิษ กินอาหารปรับสมดุลรักษาโรค
– อดเพื่อล้างพิษ การอดอาหาร เพื่อให้ร่างกายได้พัก เพื่อเป็นการเก็บกวาดของเสีย และสารพิษออกไป – ฝึกลมปราณเพื่อล้างพิษ ฝึกลมปราณสร้างกำลังภายใน เพื่อขับของเีสีย ขับพิษออก – ฝึกสมาธิเพื่อล้างพิษทางจิตใจ ฝึกสมาธิเพื่อรักษาโรค – สวนลำไส้เพื่อล้างพิษ เพื่อขจัดของเสีย ขับสารพิษออกจากลำไส้ และตับ abo x.

abo x
abo x กิน…ล้างพิษ

สามารถหลีกเลี่ยงอาหารมีพิษได้ง่ายๆ โดยงดเว้นอาหารหมักดอง อาหารขัดขาวหรือฟอกสี รวมไปถึงอาหารสำเร็จรูป แล้วเลือกกินผักสด
เลือกแบบไม่มีสารปนเปื้อนหรือล้างเอายาฆ่าแมลงออกให้หมดยิ่งประเสริฐ กินข้าวกล้อง ข้าวมันปูแทนข้าวขาว น้ำตาลทรายแดงแทน
น้ำตาลขัดขาว ที่สำคัญกินอาหาร โดยที่ไม่เลือกกินเนื้อสัตว์ แป้ง น้ำตาล มากจนเกินไป

แต่สำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย มีทางเลือกง่ายๆ คือปั่นน้ำผัก น้ำผลไม้ดื่มเป็นประจำ ก็ช่วยล้างพิษได้ค่ะ
(แต่ควรทานตอนท้องว่างนะค่ะ ไม่ควรทานหลังอิ่มข้าวใหม่ๆ เพราะข้าวจะไปขัดขวางการดูดซึม) abo x

อด…ล้างพิษ

มีคำกล่าวว่า “คนกินมากก็ป่วยมาก” คนเราป่วยเพราะกินมีเพิ่มขึ้นจริงๆ ค่ะ การล้างพิษวิธีที่สองจึงชักชวนให้หันมาอดล้างพิษกันดูบ้าง
ซึ่งทางการแพทย์ระบุว่า มนุษย์เราสะสมพลังงานในรูปไขมันและพลังงานไว้เพียงพอต่อการอดอาหารประมาณ 1-2 วัน ได้โดยไม่เจ็บป่วยเชียวนะ

ข้อดีของการอด
คือลดการทำงานของอวัยวะภายใน เช่น กระเพาะก็ไม่ต้องย่อยอาหาร ลำไส้ก็ไม่ต้องดูดซึม อวัยวะภายในอื่น ๆ ก็จะทำงานน้อยลง
ซึ่งหากคนเราใช้งานกระเพาะหรืออวัยวะภายในส่วนใดส่วนหนึ่งมากเกินไป ร่างกายก็จะสร้างสารพิษที่เรียกว่ามะเร็งนั่นเองค่ะ
สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มอดอาหาร สามารถเริ่มต้นด้วยการกินผลไม้ หรือน้ำผลไม้ตลอดทั้งวันก่อนก็ได้ แต่ก่อนการอด ควรจะให้แพทย์
ตรวจร่างกายก่อน และในวันที่อดอาหารก็ไม่ควรทำงานหนักด้วยค่ะ
ฝึกลมปราณ เพื่อขจัดพิษออก

โดยปกติคนเราจะหายใจช่วงสั้นและตื้นไม่ได้ใช้ความสามารถของปอดที่สามารถขยาย และหดอย่างเต็มที่ จึงทำให้ปอดไม่ได้หายใจเอาอากาศดี
เข้าและขับอากาศเสียออกจากร่างกายอย่างเต็มที่ abo x ปอดจึงไม่สามารถฟอกโลหิต ให้สดใสสมบูรณ์ดีเท่าที่ควรเป็นผลให้ร่างกายเจ็บป่วยได้ง่าย

การฝึก “ ลมปราณ ” จะช่วยป้องกันและรักษาท่านหายจากโรคภัยไข้เจ็บได้ และการฝึกลมปราณก็ต้องอาศัยการฝึกจิตให้สงบก่อน

การฝึกลมปราณนี้ก็คล้ายกับการฝึกสมาธิ ต่างกันเพียงแต่ฝึกสมาธิทั่วไป ไม่ได้เน้นหนักให้หายใจลึก
แต่ฝึกลมปราณ เน้นหนักให้หายใจลึก ๆ ด้วยใจที่เป็นสมาธิ พอมีจังหวะ 5-10 นาที เราก็สามารถเดินลมปราณ
โดยไม่จำเป็นต้องหลับตาเพียงแต่ค่อยๆ ถอนหายใจให้ลึกตามแบบฝึกลมปราณด้วยสมาธิ อันจดจ่อกับลมหายใจเข้าออก
เมื่อฝึกจนคล่องตัวแล้ว เวลาอากาศหนาวๆ เราก็เดินลมปราณสักครู่หนึ่ง ก็จะเพิ่มความอบอุ่นในร่างกายขึ้น ทำให้ร่างกายแข็งแรง
ไม่เป็นหวัดได้ง่ายด้วย การฝึกลมปราณอยู่เสมอ ยังเป็นการรักษาโรคปวดเมื่อยตามเอ็นตามข้อ
ฝึกสมาธิ… ล้างพิษในใจ

คนที่ฝึกสมาธิได้ระดับหนึ่งร่างกายจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินหรือสารแห่งความสุขออกมาค่ะ และเมื่อร่างกายสงบ เกิดสมาธิ หัวใจจะเต้นช้าลง
ลมหายใจที่เคยสั้นเพราะเครียดก็จะยาวขึ้น เมื่อควบคุมลมหายใจได้ทำให้ปอดขยาย z่างกายก็สามารถปรับออกซิเจนได้มากขึ้น เกิดกระบวนการ
เผาผลาญไขมัน ลดการอักเสบในระบบภูมิคุ้มกัน ร่างกายจะสร้างเม็ดเลือดขาวที่เป็นภูมิคุ้มกันของร่างกายได้มากขึ้น แถมทำให้คลื่นสมองเป็น
ระเบียบ ช่วยให้มีความจำดีขึ้น

ความเครียดของมนุษย์ทำให้เกิดโรคภัยมากมาย โดยร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียด ทำให้ภูมิคุ้มกันภายในลดลง
และทำให้เกิดเชื้อไวรัสและการติดเชื้อต่างๆ พร้อมกับทำให้ลุกลามไปมากขึ้น

ดังนั้น เมื่อทราบสาเหตุดังกล่าวว่าโรคทางกายนั้นเกิดจากโรคทางใจ วิธีเดียวที่จะบำบัดภาวะดังกล่าว คือ การทำวิปัสสนากรรมฐาน
การเจริญสติและฝึกสมาธิ โดยสามารถทำให้เกิดปัญญา ซึ่งจะช่วยรักษาโรคร้ายทางกายของเราได้

ที่ต่างประเทศมีการทดลองว่าในภาวะที่กำลังเข้าสู่สมาธิ หรือในสภาวะที่ถูกสะกดจิตให้สงบมาก ๆ นั้น ทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงาน
ในร่างกายน้อยลง จะทำให้หัวใจ การหายใจ และชีพจรโลหิตทำงานช้าลง ทำให้การเผาผลาญเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย
และการเกิดสารอนุมูลอิสระลดน้อยลงด้วย โดยจะทำให้การก่อเซลล์มะเร็ง และการเกิดโรคร้ายก็จะน้อยลง abo x.

kionu789 ผ่าตัดรักษา โรคอ้วน

kionu789 ผ่าตัดรักษา โรคอ้วนความอ้วนไม่มีประโยชน์อะไรเลย ไม่ใช่ว่าเราจะต่อต้านความอ้วนแต่อย่างใด เพียงแต่จะสื่อสารให้เข้าใจว่าความอ้วน ไม่เพียงแต่เป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต แต่หากเป็นสาเหตุของการเกิดโรคภัยต่างๆ ได้อีกมากมายเช่นกัน ฉะนั้นการลดความอ้วนไม่ใช่กระแสที่ใครควรต่อต้าน หรือคิดว่าทำตามแล้วจะกลายเป็นกลุ่มคนนิยมเทรนด์ลดน้ำหนักไปกับเขาด้วย โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะความอ้วนที่ค่อนข้างมาก หรือเริ่มมีการสะสมของไขมันที่เห็นได้อย่างชัดเจน ควรเริ่มหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพ และปกป้องร่างกายจากภัยที่ติดมากับความอ้วนกันได้แล้วนะ kionu789.
kionu789

kionu789 โรคอ้วนคืออะไร

“ความอ้วน” จัดว่าเป็น “โรค” หรืออาการป่วยชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากสะสมปริมาณไขมันที่มากเกินไปในร่างกาย ทำให้ร่างกายมีน้ำหนักตัวที่มากขึ้น โดยผู้ที่มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 90 กิโลกรัมขึ้นไปก็จะถือว่าเป็นโรคอ้วนแล้ว บริเวณที่ไขมันมักจะเข้าไปสะสมมากที่สุดจะเป็นส่วน ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง เป็นต้น ซึ่งนอกจากไขมันเหล่านั้นจะไม่สร้างประโยชน์ใดๆ แก่ร่างกายแล้ว ยังมีแต่จะเป็นสาเหตุของการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ อีกมากมาย เพราะจำนวนของไขมันที่มากเกินไป จะส่งผลต่อการอุดตันของเส้นเลือดในส่วนต่างๆ จนอาจก่อให้เกิดโรคได้ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน รวมถึงโรคมะเร็งบางชนิด ไคโอนู789

สาเหตุของ “โรคอ้วน” kionu789

• การเลือกรับประทานอาหาร เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะความอ้วน ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานของหวาน อาหารประเภทโปรตีน แป้ง หรือไขมัน รวมไปถึงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หรือน้ำตาลกลูโคส เพราะเมื่อเรารับประทานอาหาร และเครื่องดื่มเหล่านี้เข้าไป ร่างกายจะทำการดูดซึมสารอาหารไว้ในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกาย ส่วนอาหารที่ถือว่าเป็นส่วนเกินก็จะถูกกักเก็บอยู่ในรูปของไขมัน โดยมีฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) เป็นกลไกหลัก และจะสามารถลดจำนวนไขมันลงได้ ก็ต่อเมื่อร่างกายเกิดการเผาผลาญ

• วัฒนธรรม เนื่องจากแต่ละเชื้อชาติจะมีวัฒนธรรมเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร การดำเนินชีวิต และสภาพอากาศที่อำนวยต่อร่างกายในแบบที่แตกต่างกันไป ซึ่งเป็นสาเหตุที่ยากต่อการหลีกเลี่ยง ซึ่งการแก้ปัญหาการเกิดภาวะอ้วนคือ การรู้จักปรับตัวต่อสภาพแวดล้อม รวมถึงการรู้จักควบคุมพฤติกรรมของตัวเองเป็นสำคัญ

• กรรมพันธุ์ เป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคอ้วน ยกตัวอย่างเช่น ในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคขาดฮอร์โมนเลปติน (Leptin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีผลโดยตรงต่อความรู้สึกอยากอาหาร และความอ้วน ก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะโรคอ้วนได้ง่ายกว่าคนทั่วไป เป็นต้น

• ภาวะป่วยในจิตใจ หลายคนคงเคยได้ยินว่า เมื่อไรก็ตามที่เราเครียด เราจะรู้สึกอยากกินอาหาร หรือขนมหวานมากขึ้น นั่นเป็นเพราะสมองสั่งการให้ร่างกายหลั่งสารโดปามีน (Dopamine) ซึ่งทำหน้าที่ในการควบคุมอารมณ์ ความคิด ความรู้สึก ให้อยู่ในภาวะที่สมดุล จึงไม่แปลกที่เมื่อเรารู้สึกเครียดหรือเบื่อ สารนี้ก็จะทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นให้เรากลับมามีอารมณ์ที่ปกติเหมือนเดิม โดยการทำให้เรารู้สึกอยากทานอาหาร หรือของหวานมากขึ้น ซึ่งถือเป็นวิธีคืนความสุขให้ร่างกายได้อย่างดีเยี่ยมเลยล่ะ

อย่างไรก็ตามในภาวะของคนที่เป็นโรค Anoresia nervosa หรือ โรคกลัวอ้วน ที่ถือว่ามีอาการเครียด เกี่ยวข้องกับสภาพจิตใจ และความคิดโดยตรง แต่เป็นเพราะสมองสั่งการให้ปฏิเสธการรับอาหารเช้าสู่ร่างกาย กลัวน้ำหนักขึ้น และรู้สึกว่าตัวเองอ้วนมากทั้งที่ความจริงแล้ว ร่างกายยังมีรูปร่างที่ปกติ สมส่วน หรืออาจจะไม่ถึงขั้นอ้วนจนอันตราย เป็นโรคพบได้มากในปัจจุบัน และจัดว่าเป็นโรคที่อ้นตรายอย่างหนึ่งในมนุษย์เลยก็ว่าได้

วิธีผ่าตัดรักษา โรคอ้วน

การผ่าตัดลดความอ้วนมีด้วยกัน 2 แบบคือ Gastric Band และ Gastric Bypass เป็นการผ่าตัดผ่านกล้องทั้งหมด โดยแพทย์จะทำการวางยาสลบผู้ป่วย และทำการผ่าตัดทันที แต่ละวิธีมีความแตกต่างกันดังนี้

• Gastric Band เป็นการผ่าตัดเพื่อลดขนาดของกระเพาะ ด้วยวิธีการใส่ห่วงรัด (แบบปรับได้) ตรงบริเวณกระเพาะส่วนต้น ซึ่งแพทย์จะทำการปรับขนาดให้กระเพาะมีขนาดอยู่ที่ 15-30 มิลลิเมตร แต่จะไม่ส่งผลต่อระบบการย่อยอาหาร หากแต่เป็นการลดขนาดของกระเพาะเพื่อทำให้เรารู้สึกอิ่มไวขึ้น และรับปริมาณอาหารได้น้อยลงเท่านั้น ข้อดีของวิธีผ่าตัดนี้ คือ ใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดน้อย มีความเสี่ยงน้อย ไม่ต้องทานวิตามินหลังการผ่าตัด และยังสามารถปรับสายรัดของกระเพาะได้ใหม่ หากผู้ป่วยหรือแพทย์มีความเห็นว่าน้ำหนักตัวของผู้ป่วยเริ่มมากขึ้น ก็จะทำการปรับสายรัดให้ขนาดของกระเพาะเหมาะสมกับผู้ป่วยนั่นเอง สำหรับผู้ป่วยที่เคยผ่าตัดด้วยวิธีนี้ สามารถลดน้ำหนักตัวได้ร้อยละ 50-60 หลังจากการผ่าตัด จึงเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากกว่า

• Gastric Bypass เป็นการผ่าตัดที่มีความซับซ้อนกว่าแบบแรกค่อนข้างมาก และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้หลังการผ่าตัด โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดกระเพาะและลำไส้ เพื่อเป็นการย่นระยะของทางเดินอาหารให้สั้นลง ทำให้มีการดูดซึมอาหารได้น้อยลง และอาหารส่งถึงลำไส้ได้เร็วขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเป็นวิธีที่มีผลต่อระบบย่อยอาหารโดยตรง อย่างไรก็ตามวิธีนี้จะต้องมีการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดมากเป็นพิเศษ โดยการทานวิตามินเพื่อเป็นการรักษาบาดแผล และต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการประมาณ 2-3 วัน อีกทั้งระยะเวลาในการพักฟื้นหลังผ่าตัดอีกประมาณ 6 สัปดาห์ สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดลดกระเพาะด้วยวิธีนี้ มีน้ำหนักที่ลดลงร้อยละ 90 หลังจากผ่าตัด แต่เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมน้อย เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการรั่วของบาดแผลได้ง่ายกว่า

ผู้ป่วยจะมีแผลหลังผ่าตัดขนาดเล็กที่หน้าท้องขนาดประมาณ 0.5-2 เซนติเมตร และอาจมีอาการเจ็บตรงบริเวณบาดแผลเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จจากการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารนี้ จะขึ้นอยู่กับวินัยการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเป็นสำคัญ เพราะได้มีการระบุแล้วว่าหลังการผ่าตัดแล้ว กระเพาะสามารถขยายได้อีกตามปริมาณอาหารที่ผู้ป่วยรับประทานเข้าไป ดังนั้นหากเป็นการผ่าตัดด้วยวิธีแรก (Gastric Band) อาจโชคดีหน่อยตรงที่ยังสามารถปรับสายรัดบริเวณกระเพาะได้ แต่หากเป็นการผ่าตัดด้วยวิธีที่สอง (Gastric Bypass) ผู้ป่วยจะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย ฉะนั้นความสำเร็จของการผ่าตัดในแต่ละแบบนี้ จะขึ้นอยู่กับความตั้งใจ และความพยายามของผู้ป่วยเองทั้งสิ้น

การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด

ผู้ป่วยและผู้ดูแลจะต้องมีความละเอียดในการเลือกอาหารเป็นอย่างมาก kionu789 เนื่องจากบาดแผลหลังการผ่าตัดกระเพาะอาจจะยังไม่เข้าที่ ซึ่งอาหารที่ผู้ป่วยสามารถทานได้ก็คือ

• อาหารเหลว ในส่วนของอาหารก็จะเป็นการทานด้วยการปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาหยอดให้ทางสายยาง เช่น หมูไม่ติดมัน ไก่ไม่มีหนัง ไข่ขาวและผัก ก็สามารถนำมาปั่นทานได้ ส่วนขอน้ำการทานได้โดยใช้วิธีการจิบครั้งละน้อยๆ สำคัญ คือ ต้องงดการดื่มน้ำอัดลม กาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนทุกชนิด และเลือกดื่มแต่น้ำจำพวก น้ำผลไม้ (แบบไม่ใส่น้ำตาล) นม (ไม่มีไขมัน) (ไม่มีน้ำตาลเพิ่ม) เป็นต้น นอกจากนี้ผู้ป่วยจะไม่สามารถดื่มและทานไปพร้อมกันได้ หากจะดื่มก็ต้องดื่ม หากจะทานก็ทานได้เพียงอย่างเดียว ซึ่งหากผู้ป่วยเลือกที่จะทานอาหารแล้ว ต้องทิ้งช่วงเวลา 30 นาที ถึงจะดื่มน้ำตามได้ เนื่องจากพื้นที่ของกระเพาะมีพื้นที่ๆ จำกัดขึ้นนั่นเอง โดยผู้ป่วยต้องรับอาหารเหลวแบบนี้อยู่ประมาณ 1 เดือน

• อาหารชนิดอ่อน หลังจาก 1 เดือน ผู้ป่วยจะสามารถทานอาหารชนิดอ่อนได้ เช่น โจ๊ก หรือข้าวต้มใส่ถั่ว เพื่อเป็นการเสริมวิตามิน แร่ธาตุ โปรตีนแก่ร่างกาย และเป็นการช่วยให้แผลในกรเพาะหายไวขึ้นนั่นเอง โดยผู้ป่วยต้องรับอาหารชนิดอ่อนแบบนี้ไปอีกประมาณ 2 เดือน หากแพทย์ลงความเห็นว่าผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารบางอย่างเพิ่มจากเดิมได้ ผู้ป่วยก็จะสามารถรับประทานอาหารบางอย่างได้ตามปกติ แต่ยังคงไว้ซึ่งรสชาติที่ไม่จัด ไม่เผ็ด ไม่ร้อนจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณกระเพาะอาหารได้

นอกจากนี้ผู้ป่วยจะต้องฝึกนิสัยเคี้ยวอาหารให้ละเอียดมากขึ้น และกลืนให้ชาลง เพื่อให้กระเพาะมีความคุ้นเคยกับการบีบตัวต่ออาหาร โดยเฉพาะกับอาหารที่มีลักษณะแข็ง เช่น ผลไม้แห้ง หรือเนื้อสัตว์ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการย่อยนานกว่าอาหารทั่วไป ทั้งนี้การรับประทานอาหารของผู้ป่วย จะกลับสู่ภาวะปกติได้ก็ต่อเมื่อผ่านการผ่าตัดไป 2-3 เดือน และได้รับการรับรองจากแพทย์ผู้ผ่าตัดว่า บาดแผลบริเวณกระเพาะนั้นแห้ง และหายเป็นปกติแล้วนั่นเอง kionu789.