แชมพู hybeauty ซัลเฟต คือ เกลือของกรดซัลฟิวริก

แชมพู hybeauty ซัลเฟต คือ เกลือของกรดซัลฟิวริก ซึ่งในแชมพูจะมีสารซัลเฟตอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ Sodium lauryl sulphate (SLS) และ Sodium laureth sulphate (SLES) ซึ่งทั้งสองชนิดนี้ความจริงแล้วไม่ได้มีอันตรายร้ายแรงเหมือนอย่างที่มีคนร่ำลือกันว่า เป็นสารก่อมะเร็ง แต่ความจริงแล้วมันมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า เป็นสารลดแรงตึงผิว ซึ่งจะช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกจากร่างกาย รวมทั้งทำให้เกิดฟองจำนวนมากถึงแม้มันจะไม่ได้เป็นสารก่อมะเร็งอย่างที่เขาลือกัน แต่ผู้ใช้แชมพูที่มีสารซัลเฟตผสมอยู่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อหนังศีรษะ ดวงตา และทำให้เส้นผมที่เคยนุ่มชุ่มชื้นกลายเป็นแห้งเสียได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งทำให้สีผมที่คุณไปโกรก ย้อม หรือไฮไลท์มานั้นหลุดออกภายในระยะเวลาไม่นานสำหรับครีมนวดผม จะไม่มีซัลเฟตชนิดใดผสมอยู่เลย สังเกตได้ว่าเมื่อใช้ครีมนวดจะไม่มีฟองเหมือนกับเวลาใช้แชมพูเลยสักนิด ดังนั้นในส่วนของครีมนวด ผู้ใช้จึงไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรมาก แต่ก็ควรเลือกที่เหมาะกับสภาพผมของคุณด้วยเช่นกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจแชมพูมุกมุนไพร
แชมพู (Shampoo ) หมายถึงสิ่งปรุงแต่งของสารลดแรงตึงผิว(surfactant) ใช้ขจัดสิ่งสกปรกออกจากเส้นผมและหนังศีรษะซึ่งอยู่ในรูปของเหลวครีม เจล ผงหรือเม็ดก้อน หรือ ฟองแชมพูจัดเป็นเครื่องสำอางประเภทหนึ่ง แชมพู เป็นของใช้ประจำครอบครัวในทุกๆ ครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนต้องใช้แชมพูทำความสะอาดชะล้างสิ่งสกปรกออกจากเส้นผมและผิวหนังศีรษะ แชมพู จึงเป็นสัญลักษณ์ประจำห้องน้ำ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน และนับวันจะยิ่งมีบทบาทต่อมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ แชมพู hybeauty.

แชมพู hybeauty

แชมพู hybeauty ชนิดของแชมพู hybeauty shampoo
๑. แชมพูใส คือ แชมพูที่มีลักษณะใส อาจมีสี หรือไม่มีสี แชมพูใสนี้ แบ่งได้เป็น แชมพูใส hybeauty vitalizing hair & scalp shampoo
ที่มีคุณสมบัติเน้นด้านการสระให้สะอาดโดยอาจจะใส่สารปรับสภาพเพียงเล็กน้อยแชมพูจำพวกนี้จะมีราคาถูกกว่าชนิดอื่นๆนิยมใช้กันมากตามร้านทำผมทั่วไปแชมพูใสแบบ 2 in 1 ซึ่งจะใส่สารปรับสภาพมากขึ้นเพื่อให้ความนุ่มและ แชมพูชนิดนี้เหมาะสำหรับผมที่ค่อนข้างมันหรือผู้ที่มีผมบางหรือเส้นผมเล็ก แชมพู hybeauty

๒. แชมพูขจัดรังแคในปัจจุบันแชมพูขจัดรังแคมีทั้งชนิดใสและขุ่นโดยใช้สารขจัดรังแคต่างชนิดกัน การผลิตแชมพูขจัดรังแคเพื่อจำหน่ายจำเป็นต้องขอ อ.ย. ก่อนจะวางจำหน่าย

๓. แชมพูมุก คือ แชมพูที่มีลักษณะประกายมุก อาจมีสีหรือไม่มีสีก็ได้ แชมพูมุกแบ่งได้ในลักษณะเดียวกับแชมพูใสคือแชมพูมุก ที่เน้นในเรื่องสระสะอาดโดยใส่สารปรับสภาพเพียงเล็กน้อยแต่ต้องการให้แชมพูมีลักษณะน่าใช้จึงใส่มุกเพื่อให้แชมพูมีลักษณะประกายมุกแชมพูมุก แบบ ๒ in ๑จะใส่สารปรับสภาพมากขึ้น โดยเฉพาะสารจำพวก Silicone เพื่อช่วยให้ผมนุ่มลื่น เหมาะสำหรับผมขนาดกลางหรือเส้นใหญ่ หรือผมที่หนามากๆ

ข้อควรระวังในการเลือกแชมพู
จุดประสงค์หลักของแชมพูคือต้องทำความสะอาดเส้นผมอย่างอ่อนโยนที่สุด ปัญหามีอยู่ว่าถ้าแชมพูที่เราใช้นั้น “แรง” เกินไป หนังศีรษะของเราจะพองตัวให้รูขุมขนเปิดกว้าง ซึ่งเป็นอันตรายต่อผิวหนัง

ดังนั้นเราจึงควรใช้แชมพูสระผมที่มีค่าความเป็นกรดหรือด่าง ไม่เกิน 5.5 เพราะเป็นระดับที่เหมาะสมที่สุดกับสมดุลของความชุ่มชื้นของเส้นผมทั่วไป

แชมพูบางชนิดมีส่วนผสมของสารเคมีที่อาจเป็นอันตรายต่อหนังศีรษะ เพราะฉะนั้นการเลือกแชมพูซักขวด ควรต้องพิจารณาในหลายๆ อย่างประกอบกัน

– แชมพูทุกขวดประกอบด้วยส่วนผสมของสารขจัดคราบและสิ่งสกปรกซึ่งมีอยู่หลายชนิด และมีความรุนแรงต่างกัน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมถึงใช้สบู่เหลวสระผมไม่ได้ แม้ว่าจะมีสารทำความสะอาดเหมือนกัน เนื่องจากสารขจัดคราบในสบู่นั้นมีอานุภาพรุนแรงกว่าจนทำให้ผมเราหลุดร่วงได้
– ส่วนประกอบอื่นๆ ที่ควรหลีกเลี่ยงคือ พวกสารเคมีกันบูดกันเสีย เช่น แอมโมเนีย ลอรีล ซัลเฟทหรือแอมโมเนียม อเร็ธ ซัลเฟท เป็นสารเคมีที่รุนแรงมาก หากคุณเพียงเผลอเก็บไว้ในอุณหภูมิสูงมันจะปล่อยก๊าซแอมโมเนียออกมา ถ้าคุณใช้แชมพูที่เป็นด่างมากๆ แล้วยังผสมกับสารเคมีพวกนี้จะทำให้ผมของคุณหลุดร่วงและสูญเสียความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ผลที่ตามมาคือผมคุณจะแห้งกรอบ แถมแตกปลายอีกต่างหาก
– ส่วนผสมที่แย่ที่สุดในแชมพูคือ โซเดียม ซี 14-16 โอเลฟิน ซิลโฟเนท ซึ่งเป็นสารเคมีที่รุนแรงยิ่งกว่า พบในแชมพูเปลี่ยนสีผมบางชนิด ที่ควรระวังคือสารโซเดียมคลอไรด์หรือเกลือแกง ที่ผู้ผลิตมักเอามาผสม เพราะมันเป็นสารราคาถูกที่ทำให้เนื้อแชมพูดูเข้มข้นขึ้น ข้อเสียคือทำให้น้ำมันที่มีประโยชน์ต่อเส้นผมหายไป
– เราควรเริ่มกันที่แชมพูอ่อนๆ และมีส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร หรือเป็นแชมพูซึ่งมีราคาแพงกว่าตามท้องตลาดทั่วไป ซึ่งก็เป็นเพราะส่วนผสมที่แพงกว่านั่นเอง

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับแชมพู

เรามักจะคิดกันว่าแชมพูยี่ห้อไหนก็เหมือนกัน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่นะ แชมพูส่วนมากจะประกอบด้วยสารเคมี ยกเว้นแชมพูสมุนไพรซึ่งอย่างมากที่สุดก็คือผสมสารกันบูด
ความเข้าใจผิดอีกอย่างก็คือแชมพูที่ดีต้องมีฟองมาก ซึ่งไม่จริงเลย เพราะถ้าแชมพูนั้นมีส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้น มันจะไม่ค่อยมีฟองเท่าไหร่ อย่างแชมพูสมุนไพรก็ไม่ค่อยมีฟองมาก ส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้นเป็นอย่างดีซึ่งเราควรมองหาในฉลากก็เช่น เวเจเทเบิล กลีเซอรีน โจโจบา ออยล์ อะโลเวร่า อะโวคาโด บอเรจ ออยล์ เกรฟซี้ด ออยล์ ซันฟลาวเวอร์ ออยล์ วีทเยิร์ม โคโคนัท แมคคาเดเมีย นัด ออยล์

เคล็ดลับการเลือกแชมพูให้เหมาะกับเส้นผม

ใครจะคิดว่าการเลือกซื้อแชมพูที่เหมาะสมกับผมเราสักขวดนั้นจะยากพอๆ กับงมเข็มเลยเชียว แชมพูดีๆ ก็มีอยู่เยอะแยะ แต่ปัญหาคือ ไม่รู้ว่าที่เหมาะนั้นคืออย่างไร เรื่องนี้ถึงจะไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากหรอกนะ

รู้ไหม แชมพูคืออะไร
แรกสุด ก่อนที่คุณจะติดสินใจเลือกซื้อแชมพูยี่ห้อใด ควรจะรู้เสียก่อนว่า “แชมพู” ที่เราเรียกกันจนติดปากนั้น คืออะไร และควรจะทำอะไรกับผมของเราได้บ้าง ที่แน่ๆ คือต้องทำให้ผมเราสะอาด นุ่มสลวย เป็นเงางาม มีกลิ่นหอม
ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแชมพูระบุไว้ว่า โดยจุดประสงค์หลักของแชมพูก็คือ ต้องทำความสะอาดเส้นผมอย่างอ่อนโยนที่สุด เพราะตลอดวันนั้น ทั้งฝุ่นผมและสิ่งสกปรกทั้งหลายจะติดตรึงอยู่ที่หนังศีรษะและเส้นผมของเรา ซึ่งลำพังใช้แค่น้ำล้างคงไม่ออกง่ายๆ
ปัญหามีอยู่ว่า ถ้าแชมพูที่เราใช้นั้น “แรง” เกินไป หนังศีรษะของเราก็จะพองตัว ทำให้รูขุมขนเปิดกว้าง ซึ่งเป็นอันตรายต่อผิวหนัง และยังทำให้เส้นผมแตกปลายได้อีกด้วย ดังนั้น แชมพู hybeauty เราจึงควรใช้แชมพูสระผมที่มีค่าความเป็นกรดหรือด่าง หรือค่า pH ไม่เกิด 5.5 เพราะเป็นระดับที่เหมาะสมที่สุดกับสมดุลของความชุ่มชื่นของเส้นผมทั่วไป ถ้าแชมพูมีความเป็นกรดมากเกินไป ผมของเราจะหลุดร่วง และถ้ามีความเป็นด่างมากเกินไป ก็จะทำให้เกิดช่องว่างหรือรูพรุนบนหนังศีรษะมากเกินไป ส่งผลให้หนังศีรษะของเราอ่อนแอลงได้เช่นกัน

จับตาดูยี่ห้อ
แล้วเราต้องมองหาส่วนผสมอะไรบ้างล่ะ ในแชมพูสักขวด สำหรับมือใหม่ให้เริ่มที่ข้อมูลว่า แชมพูทุกขวดประกอบด้วยส่วนผสมของสารขจัดคราบและสิ่งสกปรกซึ่งมีอยู่หลายชนิด และมีความรุนแรงต่างกันด้วย นั่นคือเหตุผลว่าทำไมถึงใช้สบู่เหลวสระผมไม่ได้ แม้ว่าจะมีสารทำความสะอาดเหมือนกัน เนื่องจากสารขจัดคราบในสบู่นั้นมีอานุภาพที่แรงกว่าจนทำให้ผมเราหลุดร่วงได้
ส่วนประกอบอื่นๆ ที่ควรหลีกเลี่ยงคือ พวกสารเคมีกันบูดกันเสีย เช่น แอมโมเนี่ยม ลอรีล ซัลเฟท หรือแอมโมเนียม อเร็ธ ซัลเฟท เป็นสารเคมีที่รุนแรงมาก หากคุณเพียงเผลอเก็บไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง มันจะปล่อยก๊าซแอมโมเนียอกมา ถ้าคุณใช้แชมพูที่เป็นด่างมากๆ แล้วยังผสมกับสารเคมีพวกนี้ จะทำให้ผมของคุณหลุดร่วงและสูยเสียความชุ่มชื่นตามธรรมชาติ ผลที่ตามมาก็คือผมคุณจะแห้งกรอบ แถมกลายเป็นผมแตกปลายอีกต่างหาก
แล้วทำไมมีของพวกนี้อยู่ในแชมพูล่ะ ก็เพราะเป็นสารเคมีราคาถูกที่ป้องกันแชมพูเสียได้และยังทำให้เกิดฟองเยอะๆ ส่วนผสมที่แย่ที่สุดในแชมพูคือ โซเดียม ซี 14-16 โอเลฟิน ซิลโฟเนท ซึ่งเป็นสารเคมีที่รุนแรงยิ่งกว่าพบในแชมพูเปลี่ยนสีผมบางชนิด ที่ควรระวังก็คือสารโซเดียมคลอไรด์ หรือเกลือแกง ที่ผู้ผลิตมักเอามาผสมก็เพราะมันเป็นสารราคาถูกที่ทำให้เนื้อแชมพูดูเข้มข้นขึ้น ข้อเสียก็คือทำให้น้ำมันที่มีประโยชน์ต่อเส้นผมหายไปด้วย แชมพูที่ดีต้องไม่มีส่วนผสมของเกลือ
เราควรเริ่มกันที่แชมพูอ่อนๆ และมีส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร หรือเป็นแชมพูซึ่งมีราคาแพงกว่าตามท้องตลาดทั่วไป ซึ่งก็เป็นเพราะส่วนผสมที่แพงกว่านั่นเอง

เรื่องของฟอง
เรามักจะคิดกันว่าแชมพูยี่ห้อไหนก็เหมือนกัน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่นะคะ แขมพูส่วนมากจะประกอบด้วยสารเคมี ยกเว้นแชมพูสมุนไพร ซึ่งอย่างมากที่สุดก็คือผสมสารกันบูด ความเข้าใจผิดอีกอย่างก็คือแชมพูที่ดีต้องมีฟองมาก ซึ่งไม่จริงอย่างเด็ดขาดเพราะถ้าแชมพูนั้นมีส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื่น มันจะไม่ค่อยมีฟองเท่าไหร่ อย่างแชมพูสมุนไพรก็ไม่ค่อยมีฟองมาก ส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื่นเป็นอย่งดี ซึ่งเราควรมองหาในฉลากก็เช่น เวเจเทเบิล กลีเซอรีน (มักพบในแชมพูสมุนไพร) โจโจบา ออยล์ อะโลเวร่า อะโวโด้ บอเรจ ออยล์ (มักพบในแชมพูสนุมนไพร) เกรฟซี้ด ออยล์ (เป็นสารปกป้องสีผม) ซันฟลาวเวอร์ ออยล์ วีทเยิร์ม อล์ คูคิวนัท แมคาเดเมีย นัท ออยล์ (ทำให้เส้นผมเป็นเงางาม) แชมพู hybeauty.