แชมพู hybeauty ซัลเฟต คือ เกลือของกรดซัลฟิวริก

แชมพู hybeauty ซัลเฟต คือ เกลือของกรดซัลฟิวริก ซึ่งในแชมพูจะมีสารซัลเฟตอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ Sodium lauryl sulphate (SLS) และ Sodium laureth sulphate (SLES) ซึ่งทั้งสองชนิดนี้ความจริงแล้วไม่ได้มีอันตรายร้ายแรงเหมือนอย่างที่มีคนร่ำลือกันว่า เป็นสารก่อมะเร็ง แต่ความจริงแล้วมันมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า เป็นสารลดแรงตึงผิว ซึ่งจะช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกจากร่างกาย รวมทั้งทำให้เกิดฟองจำนวนมากถึงแม้มันจะไม่ได้เป็นสารก่อมะเร็งอย่างที่เขาลือกัน แต่ผู้ใช้แชมพูที่มีสารซัลเฟตผสมอยู่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อหนังศีรษะ ดวงตา และทำให้เส้นผมที่เคยนุ่มชุ่มชื้นกลายเป็นแห้งเสียได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งทำให้สีผมที่คุณไปโกรก ย้อม หรือไฮไลท์มานั้นหลุดออกภายในระยะเวลาไม่นานสำหรับครีมนวดผม จะไม่มีซัลเฟตชนิดใดผสมอยู่เลย สังเกตได้ว่าเมื่อใช้ครีมนวดจะไม่มีฟองเหมือนกับเวลาใช้แชมพูเลยสักนิด ดังนั้นในส่วนของครีมนวด ผู้ใช้จึงไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรมาก แต่ก็ควรเลือกที่เหมาะกับสภาพผมของคุณด้วยเช่นกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจแชมพูมุกมุนไพร
แชมพู (Shampoo ) หมายถึงสิ่งปรุงแต่งของสารลดแรงตึงผิว(surfactant) ใช้ขจัดสิ่งสกปรกออกจากเส้นผมและหนังศีรษะซึ่งอยู่ในรูปของเหลวครีม เจล ผงหรือเม็ดก้อน หรือ ฟองแชมพูจัดเป็นเครื่องสำอางประเภทหนึ่ง แชมพู เป็นของใช้ประจำครอบครัวในทุกๆ ครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนต้องใช้แชมพูทำความสะอาดชะล้างสิ่งสกปรกออกจากเส้นผมและผิวหนังศีรษะ แชมพู จึงเป็นสัญลักษณ์ประจำห้องน้ำ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน และนับวันจะยิ่งมีบทบาทต่อมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ แชมพู hybeauty.

แชมพู hybeauty

แชมพู hybeauty ชนิดของแชมพู hybeauty shampoo
๑. แชมพูใส คือ แชมพูที่มีลักษณะใส อาจมีสี หรือไม่มีสี แชมพูใสนี้ แบ่งได้เป็น แชมพูใส hybeauty vitalizing hair & scalp shampoo
ที่มีคุณสมบัติเน้นด้านการสระให้สะอาดโดยอาจจะใส่สารปรับสภาพเพียงเล็กน้อยแชมพูจำพวกนี้จะมีราคาถูกกว่าชนิดอื่นๆนิยมใช้กันมากตามร้านทำผมทั่วไปแชมพูใสแบบ 2 in 1 ซึ่งจะใส่สารปรับสภาพมากขึ้นเพื่อให้ความนุ่มและ แชมพูชนิดนี้เหมาะสำหรับผมที่ค่อนข้างมันหรือผู้ที่มีผมบางหรือเส้นผมเล็ก แชมพู hybeauty

๒. แชมพูขจัดรังแคในปัจจุบันแชมพูขจัดรังแคมีทั้งชนิดใสและขุ่นโดยใช้สารขจัดรังแคต่างชนิดกัน การผลิตแชมพูขจัดรังแคเพื่อจำหน่ายจำเป็นต้องขอ อ.ย. ก่อนจะวางจำหน่าย

๓. แชมพูมุก คือ แชมพูที่มีลักษณะประกายมุก อาจมีสีหรือไม่มีสีก็ได้ แชมพูมุกแบ่งได้ในลักษณะเดียวกับแชมพูใสคือแชมพูมุก ที่เน้นในเรื่องสระสะอาดโดยใส่สารปรับสภาพเพียงเล็กน้อยแต่ต้องการให้แชมพูมีลักษณะน่าใช้จึงใส่มุกเพื่อให้แชมพูมีลักษณะประกายมุกแชมพูมุก แบบ ๒ in ๑จะใส่สารปรับสภาพมากขึ้น โดยเฉพาะสารจำพวก Silicone เพื่อช่วยให้ผมนุ่มลื่น เหมาะสำหรับผมขนาดกลางหรือเส้นใหญ่ หรือผมที่หนามากๆ

ข้อควรระวังในการเลือกแชมพู
จุดประสงค์หลักของแชมพูคือต้องทำความสะอาดเส้นผมอย่างอ่อนโยนที่สุด ปัญหามีอยู่ว่าถ้าแชมพูที่เราใช้นั้น “แรง” เกินไป หนังศีรษะของเราจะพองตัวให้รูขุมขนเปิดกว้าง ซึ่งเป็นอันตรายต่อผิวหนัง

ดังนั้นเราจึงควรใช้แชมพูสระผมที่มีค่าความเป็นกรดหรือด่าง ไม่เกิน 5.5 เพราะเป็นระดับที่เหมาะสมที่สุดกับสมดุลของความชุ่มชื้นของเส้นผมทั่วไป

แชมพูบางชนิดมีส่วนผสมของสารเคมีที่อาจเป็นอันตรายต่อหนังศีรษะ เพราะฉะนั้นการเลือกแชมพูซักขวด ควรต้องพิจารณาในหลายๆ อย่างประกอบกัน

– แชมพูทุกขวดประกอบด้วยส่วนผสมของสารขจัดคราบและสิ่งสกปรกซึ่งมีอยู่หลายชนิด และมีความรุนแรงต่างกัน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมถึงใช้สบู่เหลวสระผมไม่ได้ แม้ว่าจะมีสารทำความสะอาดเหมือนกัน เนื่องจากสารขจัดคราบในสบู่นั้นมีอานุภาพรุนแรงกว่าจนทำให้ผมเราหลุดร่วงได้
– ส่วนประกอบอื่นๆ ที่ควรหลีกเลี่ยงคือ พวกสารเคมีกันบูดกันเสีย เช่น แอมโมเนีย ลอรีล ซัลเฟทหรือแอมโมเนียม อเร็ธ ซัลเฟท เป็นสารเคมีที่รุนแรงมาก หากคุณเพียงเผลอเก็บไว้ในอุณหภูมิสูงมันจะปล่อยก๊าซแอมโมเนียออกมา ถ้าคุณใช้แชมพูที่เป็นด่างมากๆ แล้วยังผสมกับสารเคมีพวกนี้จะทำให้ผมของคุณหลุดร่วงและสูญเสียความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ผลที่ตามมาคือผมคุณจะแห้งกรอบ แถมแตกปลายอีกต่างหาก
– ส่วนผสมที่แย่ที่สุดในแชมพูคือ โซเดียม ซี 14-16 โอเลฟิน ซิลโฟเนท ซึ่งเป็นสารเคมีที่รุนแรงยิ่งกว่า พบในแชมพูเปลี่ยนสีผมบางชนิด ที่ควรระวังคือสารโซเดียมคลอไรด์หรือเกลือแกง ที่ผู้ผลิตมักเอามาผสม เพราะมันเป็นสารราคาถูกที่ทำให้เนื้อแชมพูดูเข้มข้นขึ้น ข้อเสียคือทำให้น้ำมันที่มีประโยชน์ต่อเส้นผมหายไป
– เราควรเริ่มกันที่แชมพูอ่อนๆ และมีส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร หรือเป็นแชมพูซึ่งมีราคาแพงกว่าตามท้องตลาดทั่วไป ซึ่งก็เป็นเพราะส่วนผสมที่แพงกว่านั่นเอง

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับแชมพู

เรามักจะคิดกันว่าแชมพูยี่ห้อไหนก็เหมือนกัน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่นะ แชมพูส่วนมากจะประกอบด้วยสารเคมี ยกเว้นแชมพูสมุนไพรซึ่งอย่างมากที่สุดก็คือผสมสารกันบูด
ความเข้าใจผิดอีกอย่างก็คือแชมพูที่ดีต้องมีฟองมาก ซึ่งไม่จริงเลย เพราะถ้าแชมพูนั้นมีส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้น มันจะไม่ค่อยมีฟองเท่าไหร่ อย่างแชมพูสมุนไพรก็ไม่ค่อยมีฟองมาก ส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้นเป็นอย่างดีซึ่งเราควรมองหาในฉลากก็เช่น เวเจเทเบิล กลีเซอรีน โจโจบา ออยล์ อะโลเวร่า อะโวคาโด บอเรจ ออยล์ เกรฟซี้ด ออยล์ ซันฟลาวเวอร์ ออยล์ วีทเยิร์ม โคโคนัท แมคคาเดเมีย นัด ออยล์

เคล็ดลับการเลือกแชมพูให้เหมาะกับเส้นผม

ใครจะคิดว่าการเลือกซื้อแชมพูที่เหมาะสมกับผมเราสักขวดนั้นจะยากพอๆ กับงมเข็มเลยเชียว แชมพูดีๆ ก็มีอยู่เยอะแยะ แต่ปัญหาคือ ไม่รู้ว่าที่เหมาะนั้นคืออย่างไร เรื่องนี้ถึงจะไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากหรอกนะ

รู้ไหม แชมพูคืออะไร
แรกสุด ก่อนที่คุณจะติดสินใจเลือกซื้อแชมพูยี่ห้อใด ควรจะรู้เสียก่อนว่า “แชมพู” ที่เราเรียกกันจนติดปากนั้น คืออะไร และควรจะทำอะไรกับผมของเราได้บ้าง ที่แน่ๆ คือต้องทำให้ผมเราสะอาด นุ่มสลวย เป็นเงางาม มีกลิ่นหอม
ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแชมพูระบุไว้ว่า โดยจุดประสงค์หลักของแชมพูก็คือ ต้องทำความสะอาดเส้นผมอย่างอ่อนโยนที่สุด เพราะตลอดวันนั้น ทั้งฝุ่นผมและสิ่งสกปรกทั้งหลายจะติดตรึงอยู่ที่หนังศีรษะและเส้นผมของเรา ซึ่งลำพังใช้แค่น้ำล้างคงไม่ออกง่ายๆ
ปัญหามีอยู่ว่า ถ้าแชมพูที่เราใช้นั้น “แรง” เกินไป หนังศีรษะของเราก็จะพองตัว ทำให้รูขุมขนเปิดกว้าง ซึ่งเป็นอันตรายต่อผิวหนัง และยังทำให้เส้นผมแตกปลายได้อีกด้วย ดังนั้น แชมพู hybeauty เราจึงควรใช้แชมพูสระผมที่มีค่าความเป็นกรดหรือด่าง หรือค่า pH ไม่เกิด 5.5 เพราะเป็นระดับที่เหมาะสมที่สุดกับสมดุลของความชุ่มชื่นของเส้นผมทั่วไป ถ้าแชมพูมีความเป็นกรดมากเกินไป ผมของเราจะหลุดร่วง และถ้ามีความเป็นด่างมากเกินไป ก็จะทำให้เกิดช่องว่างหรือรูพรุนบนหนังศีรษะมากเกินไป ส่งผลให้หนังศีรษะของเราอ่อนแอลงได้เช่นกัน

จับตาดูยี่ห้อ
แล้วเราต้องมองหาส่วนผสมอะไรบ้างล่ะ ในแชมพูสักขวด สำหรับมือใหม่ให้เริ่มที่ข้อมูลว่า แชมพูทุกขวดประกอบด้วยส่วนผสมของสารขจัดคราบและสิ่งสกปรกซึ่งมีอยู่หลายชนิด และมีความรุนแรงต่างกันด้วย นั่นคือเหตุผลว่าทำไมถึงใช้สบู่เหลวสระผมไม่ได้ แม้ว่าจะมีสารทำความสะอาดเหมือนกัน เนื่องจากสารขจัดคราบในสบู่นั้นมีอานุภาพที่แรงกว่าจนทำให้ผมเราหลุดร่วงได้
ส่วนประกอบอื่นๆ ที่ควรหลีกเลี่ยงคือ พวกสารเคมีกันบูดกันเสีย เช่น แอมโมเนี่ยม ลอรีล ซัลเฟท หรือแอมโมเนียม อเร็ธ ซัลเฟท เป็นสารเคมีที่รุนแรงมาก หากคุณเพียงเผลอเก็บไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง มันจะปล่อยก๊าซแอมโมเนียอกมา ถ้าคุณใช้แชมพูที่เป็นด่างมากๆ แล้วยังผสมกับสารเคมีพวกนี้ จะทำให้ผมของคุณหลุดร่วงและสูยเสียความชุ่มชื่นตามธรรมชาติ ผลที่ตามมาก็คือผมคุณจะแห้งกรอบ แถมกลายเป็นผมแตกปลายอีกต่างหาก
แล้วทำไมมีของพวกนี้อยู่ในแชมพูล่ะ ก็เพราะเป็นสารเคมีราคาถูกที่ป้องกันแชมพูเสียได้และยังทำให้เกิดฟองเยอะๆ ส่วนผสมที่แย่ที่สุดในแชมพูคือ โซเดียม ซี 14-16 โอเลฟิน ซิลโฟเนท ซึ่งเป็นสารเคมีที่รุนแรงยิ่งกว่าพบในแชมพูเปลี่ยนสีผมบางชนิด ที่ควรระวังก็คือสารโซเดียมคลอไรด์ หรือเกลือแกง ที่ผู้ผลิตมักเอามาผสมก็เพราะมันเป็นสารราคาถูกที่ทำให้เนื้อแชมพูดูเข้มข้นขึ้น ข้อเสียก็คือทำให้น้ำมันที่มีประโยชน์ต่อเส้นผมหายไปด้วย แชมพูที่ดีต้องไม่มีส่วนผสมของเกลือ
เราควรเริ่มกันที่แชมพูอ่อนๆ และมีส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร หรือเป็นแชมพูซึ่งมีราคาแพงกว่าตามท้องตลาดทั่วไป ซึ่งก็เป็นเพราะส่วนผสมที่แพงกว่านั่นเอง

เรื่องของฟอง
เรามักจะคิดกันว่าแชมพูยี่ห้อไหนก็เหมือนกัน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่นะคะ แขมพูส่วนมากจะประกอบด้วยสารเคมี ยกเว้นแชมพูสมุนไพร ซึ่งอย่างมากที่สุดก็คือผสมสารกันบูด ความเข้าใจผิดอีกอย่างก็คือแชมพูที่ดีต้องมีฟองมาก ซึ่งไม่จริงอย่างเด็ดขาดเพราะถ้าแชมพูนั้นมีส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื่น มันจะไม่ค่อยมีฟองเท่าไหร่ อย่างแชมพูสมุนไพรก็ไม่ค่อยมีฟองมาก ส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื่นเป็นอย่งดี ซึ่งเราควรมองหาในฉลากก็เช่น เวเจเทเบิล กลีเซอรีน (มักพบในแชมพูสมุนไพร) โจโจบา ออยล์ อะโลเวร่า อะโวโด้ บอเรจ ออยล์ (มักพบในแชมพูสนุมนไพร) เกรฟซี้ด ออยล์ (เป็นสารปกป้องสีผม) ซันฟลาวเวอร์ ออยล์ วีทเยิร์ม อล์ คูคิวนัท แมคาเดเมีย นัท ออยล์ (ทำให้เส้นผมเป็นเงางาม) แชมพู hybeauty.

ozee gluta mix การฟอกสีขาวหรือทำให้ผิวขาวไม่ใช่เรื่องใหม่เลย

ozee gluta mix การฟอกสีขาวหรือทำให้ผิวขาวไม่ใช่เรื่องใหม่เลยย้อนกลับไปยุค Queen Elizabeth ในยุโรป ทั้งผู้ชายและผู้หญิงต่างก็อยากมีผิวซีดขาวกัน เพราะแสดงถึงความสวยและเพื่อให้เป็นที่โดดเด่นในสังคมสำหรับผู้หญิง การมีแก้มสีแดงและปากสีแดงเข้มถือว่าทันสมัยสุดๆ ใช้สีย้อมจากรากพืชหรือสัตว์เพื่อตกแต่งแก้ม และเม็ดสีที่มาจากสารประกอบของปรอทสีแดงทำให้ปากแดง นอกจากนั้นยังใช้ล้างหน้าเพราะมีสารที่ทำให้ผิวนุ่มและดูผ่องใสอีกด้วยแต่หลังจากใช้ไปนานๆ สารปรอททำให้ผิวเสียหายอย่างมาก เช่น ทำให้หน้ามัวหมอง เป็นสิว ผิวบางขึ้น และหนักไปกว่านั้นคือผิวอาจเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเทาได้แม้จะมีความเสี่ยงมาก สารประกอบอันตรายเหล่านั้นยังคงพบได้ในผลิตภัณฑ์รักษาความงามหลายตัว สารประกอบของปรอทสีแดงยังคงพบได้ในครีมทาผิวขาวและสบู่ในปัจจุบันในขณะที่ผิวขาวยังเป็นที่ต้องการในบางประเทศ มีผู้หญิงที่หาครีมหรือเข้าคลินิกเพื่อทำให้ผิวขาวหรือขจัดรอยดำมากขึ้น โดยผิวสีที่ไม่เท่ากันและรอยดำอาจเกิดจากการทำลายของแสงแดด การระคายเคืองผิวหนัง ความไม่สมดุลของฮอร์โมน หรือยาคุมกำเนิดครีมทำให้ผิวสว่างกระจ่างใสสามารถใช้ในการแก้ปัญหาจุดด่างดำ รอยจากสิว กระ และฝ้า แต่ควรระวังและเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไว้ใจได้ เพราะผลิตภัณฑ์เพื่อผิวขาวหลายตัวมีสารที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างร้ายแรงในระยะยาวผิวขาวได้อย่างไร ozee gluta mix.

ozee gluta mix

ozee gluta mix ผิวขาวได้ยังไง? โอซี กลูต้า มิกซ์
ครีมเพื่อผิวขาว (Whitening cream) มีสารที่ชะลอการผลิตของสารเมลานินในผิวชั้นนอก โดยเม็ดสีเมลานินมีหน้าที่ปกป้องร่างกายจากรังสี UV ที่อันตราย แต่ถ้าร่างกายผลิตสารเมลานินมากเกินไปอาจทำให้สีผิวไม่เท่ากัน ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารที่ช่วยลดรอยด่างดำช่วยได้แต่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพถ้าใช้ไปนานๆ

ส่วนผสมชนิดไหนในผลิตภัณฑ์เพื่อผิวขาวที่ควรหลีกเลี่ยง?
Hydroquinone หรือ ไฮโดรควิโนน
เป็นสารอันตรายที่ใช้ในการผลิตฟิล์มขาว-ดำ, อุตสาหกรรมยาง, ที่ย้อมผม และครีมทำให้ผิวสว่างใส เพราะสารตัวนี้มีประสิทธิภาพในการฟอกสีและลดการผลิตเม็ดสีเมลานิน ozee gluta mix

ข้อเสียคือสารไฮโดรควิโนนเป็นสารอันตรายต่อเซลล์และอาจก่อให้เกิดมะเร็งได้ นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ต่อมหมวกไต และโรคตับ สารตัวนี้ถูกระงับใช้ในหลายประเทศอย่างยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย

ผลข้างเคียงจากการใช้สารไฮโดรควิโนนที่พบได้ทั่วไปคือผิวเป็นผื่น ไหม้ ระคายเคือง แห้ง และลอก แต่ถ้าใช้ไปนานๆผิวอาจเปลี่ยนเป็นสีฟ้าหม่นๆในบางพื้นที่ผิว

ไฮโดรควิโนน ผิวขาว
สารปรอท
สารปรอทเป็นสารที่พบได้ทั้งในสบู่ ครีม และโลชั่นเพื่อผิวขาว

เป็นสารอันตรายที่เข้าไปในร่างกายได้อย่างงายดายแต่เอาออกได้ยาก เมื่อสารปรอทใช้ทำให้ผิวขาว ผลข้างเคียงก็คือผื่นขึ้น ผิวเปลี่ยนสี และเป็นรอยแผลเป็น การรับสารปรอทในระยะยาวส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพได้ เช่น ทำลายไตและระบบประสาท ทำให้เครียดหรือถึงขั้นเป็นโรคจิตได้ นอกจากนั้นยังส่งผลกระทบต่อการพัฒนาสมองต่อเด็กในท้องด้วย

ฉะนั้นก่อนเลือกผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวขาวควรดูที่ฉลากว่ามีส่วนผสมของสารปรอทรึเปล่า จากคำว่า mercury, mercurous chloride, mercuric, mercurio หรือ calomel

สารปรอท ผิวขาว
Steroids หรือสารสเตียรอยด์
มีครีมหน้าขาวหลายตัวที่มีสารประกอบที่ผิดกฏหมาย แม้ว่าสเตียรอยด์บางตัวมีประโยชน์ในการรักษาโรคผื่นคัน เช่น eczema, psoriasis หรือ dermatitis แต่ก็ไม่ได้มีผลทำให้ผิวขาวขึ้น

การใช้สเตียรอยด์ควรอยู่ในการแนะนำของแพทย์และเภสัชกร หรือควรใช้แค่ไม่กี่สัปดาห์

แต่สเตียรอยด์บางตัวก็ทำให้ผิวขาวได้อย่างรวดเร็ว เพราะมันทำให้หลอดเลือดหดตัวและแคบลง การไหลของเลือดจึงช้าลงทำให้ผิวดูขาวขึ้น

สเตียรอยด์ยังชะลอการเกิดใหม่ของเซลล์ทำให้เม็ดสีเมลานินน้อยลง ข้อเสียก็คือผิวชั้นนอกจะบางลงจนเห็นเส้นเลือด และอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ผิวหนังถูกทำลายได้ง่าย

สารสเตียรอยด์ ผิวขาว
มีวิธีธรรมชาติที่จะทำให้ผิวขาวมั้ย?
หลังจากที่หลายคนมีปัญหาตามมามากมายหลังจากการใช้ครีมหน้าขาวหรือผิวขาว บริษัทผลิตยาก็เริ่มคิดค้นวิธีธรรมชาติที่ทำให้ผู้บริโภคปลอดภัยมากขึ้น

มีการทดสอบอย่างกว้างขวางว่าพืชชนิดไหนสามารถลดการผลิตสารเมลานินได้ แต่ไม่มีสารพิษและไม่มีผลข้างเคียง

ผลิตภัณฑ์เพื่อผิวขาวส่วนใหญ่มีส่วนผสมของ อาร์บูติน มะขามป้อม ชะเอมเทศ สารสกัดจากมัลเบอร์รี่ กรดโคจิก หรือวิตามินซี

ในยุคสมัยที่ผิวขาวมีชัยไปกว่าครึ่ง ณ ปัจจุบัน ไม่ว่าใครก็คงอยากที่จะมีผิวที่ขาว เรียบเนียน น่าสัมผัส แต่อย่างไรก็ตาม ผิวขาวเนียนก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่อยู่ๆก็เกิดขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง ถ้าอยากมีผิวขาว ก็จำเป็นที่จะต้องใช้ความพยายาม และความใส่ใจในการดูแลผิวพรรณของตัวเองเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งหนึ่งในวิธีการดูแลผิวพรรณที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ก็คือการทาน อาหารผิวขาว จากธรรมชาตินั่นเอง สำหรับบทความในวันนี้ ก็อยากที่ขอพาคุณผู้อ่านทุกท่าน ไปทำความรู้จักกับอาหารผิวขาวจากธรรมชาติ กันอย่างเจาะลึก เพื่อให้ทราบกันไปเลยว่า อาหารผิวขาว ประเภทใด แบบไหน สามารถช่วยบำรุงผิวพรรณของคุณให้มีความขาวเนียนมากที่สุด
อาหารผิวขาวจากธรรมชาติแบบใด ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวเนียน
1.แคโรทีน มีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นในผิว ทำให้ผิวของคุณมีความแข็งแรง ขาวสดใสมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาหารที่มีแคโรทีนประกอบอยู่เป็นจำนวนมาก ได้แก่ ผลไม้ที่มีสีแดง และสีเหลือง เป็นต้น

2.กรดแลคติก มีคุณสมบัติในการช่วยคงความอ่อนเยาว์ของผิวพรรณ ozee gluta mix อาหารที่มีสวนผสมของกรดแลคติกจำนวนมาก ได้แก่ นม เป็นต้น

3.วิตามิน A เป็นหนึ่งใน อาหารผิวขาว ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการ สำหรับอาหารที่อุดมไปด้วยวิตมิน A อาทิเช่น กล้วย เป็นต้น

4.ไลโคปีน เป็นหนึ่งในสารอาหารที่ช่วยทำให้ผิวพรรณของคุณขาวสดใสมากขึ้น และยังช่วยในการจัดการปรับโทนสีผิวให้มีความเรียบเนียนสม่ำเสมอกันมากขึ้น และจัดการกับปัญหาจุดด่างดำ รอยหมองคล้ำ ที่อาจเกิดขึ้นจากถูกทำร้ายเผาไหม้โดยดวงอาทิตย์ได้อีกด้วย สำหรับอาหารที่มีส่วนประกอบของไลโคปีนอยู่เป็นจำนวนมากก็ได้แก่ มะเขือเทศ เป็นต้น

5.สารต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำหน้ที่ในการช่วยปกป้องเซลล์ และเนื้อเยื่อของผิวจากความเสียหาย นอกจากนี้ยังช่วยในการต่อต้านริ้วรอยได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย สำหรับอาหารผิวขาว ที่อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ ได้แก่ แอปเปิ้ล ชาเขียว มะละกอ เป็นต้น

6.วิตามินซี เป็นแหล่งอาหารผิวขาวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่ของคนที่ต้องมีผิวขาวเรียบเนียน วิตามินซีสามารถพบได้จากแหล่งอาหารที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ อาทิเช่น ฝรั่ง มะละกอ กีวี่ ส้ม ลิ้นจี่ สตอรเบอร์รี่ และสับประรด เป็นต้น

การทาน อาหารผิวขาว ด้วยการสลับสับเปลี่ยนสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวเหล่านี้เป็นประจำทุกวันในมื้ออาหารของคุณ จะเป็นการช่วยทำให้ผิวพรรณของคุณได้รับการบำรุง ฟื้นฟู ให้ผิวชุ่มชื้น ขาวเนียน สดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีความปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียงต่อผิวพรรณ และยังดีต่อสุขภาพโดยรวมอย่างมากอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพของสังคมในปัจจุบัน ที่เร่งรีบ กว่าจะเดินทางกลับถึงที่พักในตอนเย็นก็เรียกได้ว่าเหนื่อยล้าแสนสาหัส การไปตามหาและใช้เวลาในการรวบรวมส่วนผสมจากธรรมชาติเพื่อนำมาใช้ในการบำรุงผิวพรรณ ดังที่ได้แนะนำไปแล้วในตอนต้น ก็เหมือนจะเป็นสิ่งที่ยากจนเกินไป ดังนั้นการทานผลิตภัณฑ์วิตามินซี เป็นประจำทุกวัน ก็จะเป็นการช่วยบำรุงผิวให้มีสุขภาพที่ดีมากยิ่งขึ้นได้เช่นกัน ozee gluta mix.