แป้ง cho ขึ้นชื่อว่าผู้หญิง ไม่ว่าใครก็อยากมีใบหน้าที่สวยเนียนเรียบ

แป้ง cho ขึ้นชื่อว่าผู้หญิง ไม่ว่าใครก็อยากมีใบหน้าที่สวยเนียนเรียบ ปราศจากความมันตลอดวันด้วยกันทั้งนั้น แต่ด้วยสภาพผิวของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน แถมแสงแดดเมืองไทยก็ไม่ใช่เล่นๆ ทั้งร้อน ทั้งมีรังสี UVA และ UVB ที่จ้องจะทำร้ายผิวของเราอีก ซึ่งการเลือกใช้ “แป้ง” ให้เหมาะสมกับกิจวัตรประจำวันก็มีส่วนสำคัญอย่างมากกับความเนียนสวยของผิวเช่นกัน เพราะว่าแป้งที่ทาจะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับปัญหาหน้ามันได้เป็นอย่างดี การทาแป้งช่วยมอบความนวลเนียนให้ใบหน้า ช่วยปกปิดจุดบกพร่อง และช่วยให้เมคอัพอื่นๆ เช่น อายแชโดว์ บลัชออน คิ้ว ที่เราแต่งแต้มลงบนใบหน้าติดทนไม่ลบเลือนตลอดทั้งวัน ทั้งยังช่วยให้ใบหน้าของเราดูสดใส ไม่มันวาวอีกด้วย ดังนั้น หลังจากที่คุณทารองพื้น เมคอัพ เบส หรือว่า บีบี ครีม เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการทาแป้ง ทั่วไปแล้ว แป้งแต่งหน้าแบ่งออกเป็น 3 ชนิดด้วยกัน ซึ่ง เมย์เบลลีน นิวยอร์ก ได้ให้คำแนะนำในการเลือกใช้แป้งให้เหมาะสม แป้ง cho.
แป้ง cho
แป้ง cho  1. แป้งอัดแข็งหรือแป้งฝุ่น
แป้งชนิดนี้มีเนื้อที่บางเบา จึงไม่ได้ช่วยในเรื่องของการปกปิดริ้วรอยใดๆ จะเน้นให้ใบหน้าดูเนียนใส เป็นธรรมชาติ และไม่มันวาวมากกว่า

หากคุณเป็นสาวชิลๆ…หรืออยู่ในวันพักผ่อนสบายๆ แป้งอัดแข็งไม่ผสมรองพื้นเหมาะที่สุด เพราะทาแล้วผิวหน้าจะดูเนียน บางใส เป็นธรรมชาติ ข้อแนะนำคือ ควรใช้ควบคู่กับรองพื้นชนิดครีมเนื้อเบา หรือ บีบี ครีม เพราะเนื้อแป้งจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับผิวได้เป็นอย่างดี

วิธีการใช้ : ใช้พัฟท์ที่ใช้มักจะมีลักษณะเป็นผ้าเนื้อที่แน่นแต่นุ่มแตะแป้งแล้วกดซับเบาๆ ให้ทั่วใบหน้าโดยเฉพาะบริเวณจมูกเพื่อเป็นบริเวณที่มันง่ายที่สุด เท่านี้ใบหน้าก็เนียนใสเป็นธรรมชาติแล้ว

2. แป้งผสมรองพื้น
จะมีส่วนผสมของรองพื้น ซึ่งช่วยปกปิดจุดบกพร่องต่างๆ บนใบหน้า และทำให้ใบหน้าดูเนียนสวย

หากคุณเป็นสาวกระฉับกระเฉง…ต้องการความมั่นใจในช่วงวันทำงานแป้งผสมรองพื้นเป็นแป้งอัดแข็งที่บรรจุอยู่ในตลับคือคำตอบค่ะ ใช้กับพัฟฟ์ฟองน้ำ ข้อดีของแป้งชนิดนี้คือนอกจากจะช่วยให้ใบหน้าเนียนสวยตั้งแต่ทาครั้งแรกแล้ว ยังสามารถใช้เติมระหว่างวันให้ใบหน้าดูนวลเนียนและพกพาได้สะดวกอีกด้วย แป้ง cho

วิธีการใช้ : แป้งชนิดนี้ใช้ไม่ยาก แค่เราใช้พัฟฟ์ฟองน้ำที่มาพร้อมกับตลับแป้ง แตะแป้งแล้วกดซับเบาๆ ทั่วใบหน้า จากนั้นแตะแป้งอีกครั้งที่หน้าผาก ดวงตา จมูก และรอบริมฝีปากบางๆ เพราะบริเวณเหล่านี้แป้งมักเลือนจางได้ง่าย

3. แป้งผสมครีมรองพื้น
เป็นแป้งที่เพิ่มระดับของครีมรองพื้นลงไปในเนื้อแป้ง จึงช่วยให้ผิวดูสวยเนียนสนิท ปกปิดจุดบกพร่องต่างๆ รวมถึงรูขุมขนที่เห็นได้ชัดได้เป็นอย่างดี

หากคุณเป็นสาวฮอต…ต้องสวยเนียนสุดๆ ตั้งแต่เช้าจรดค่ำเพื่อพร้อมเสมอสำหรับงานปาร์ตี้ ต้องใช้แป้งผสมครีมรองพื้นเพราะมอบผลลัพธ์ผิวเนียนสนิท ปกปิดทุกรูขุมขนได้ตลอดวัน และทำให้ผิวดูนุ่มนวล

วิธีการใช้ : เหมือนกันกับแป้งผสมรองพื้น คือ ใช้พัฟฟ์ฟองน้ำที่มาพร้อมกับตลับแป้ง แตะแป้งแล้วกดซับเบาๆ ทั่วใบหน้า แต่ข้อควรระวัง คือ หลายคนชอบถูพัฟฟ์แรงๆ บนใบหน้าเพราะคิดว่าจะทำให้เนื้อแป้งติดทนมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่วิธีที่ดีเลยนะคะ นอกจากจะไม่ช่วยให้แป้งที่ทาดูเนียนมากขึ้นแล้ว ยังทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายอีกด้วยค่ะ นอกจากนั้น แม้จะอยากให้ใบหน้าเนียนสวยแค่ไหนก็อย่าทาแป้งมากเกินไปจนดูเหมือนโบ๊ะนะคะ ใช้วิธีค่อยๆ เติมดีกว่าค่ะ เพราะนอกจากจะทำให้ใบหน้าดูพอกหนาเกินเหตุแล้ว ยังอาจทำให้เกิดการอุดตันอีกด้วยค่ะ

เห็นไหมคะว่าการทาแป้งให้ใบหน้าสวยได้ในทุกวันไม่ใช่เรื่องยากเลย

“แป้ง” เป็นสิ่งที่อยู่มาคู่กับการใช้ชีวิตของคนไทยมาอย่างช้านาน ไม่ว่าจะใช้ทาเพื่อขจัดความอับชื้นหลังจากอาบน้ำเสร็จ รองพื้นก่อนการแต่งหน้า ใช้ปกปิดริ้วรอยด่างดำบน เพิ่มความขาวให้กับใบหน้า เป็นต้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว เจ้าบรรดาสารพัดแป้งเหล่านี้ ทั้งแป้งฝุ่น แป้งพัฟ แป้งฝุ่น แป้งรองพื้นต่างๆ เมื่อทำการทาลงไปบนใบหน้า ก็ล้วนแล้วแต่จะมีโอกาสเสี่ยงในการเกิดสิวอุดตันหรือสิวอักเสบขึ้นบนใบหน้าได้ทั้งสิ้น

… ถ้าอย่างนั้น แล้วเราจะมีวิธีการเลือกใช้แป้งอย่างไรกันละ จึงจะลดโอกาสการเกิดสิวขึ้นมาบนใบหน้าให้น้อยที่สุด..?
เลือกใช้แป้งอย่างไรจึงจะไม่เกิดสิว?

สำหรับพื้นฐานในการเลือกใช้แป้งที่มีความเหมาะสมกับตัวเอง ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดสิวไปได้เป็นอย่างมาก มีหลักการง่ายๆ ดังต่อไปนี้

1. เลือกใช้แป้งที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง เริ่มจากการพิจารณาก่อนว่า สภาพผิวของคุณสาวๆเองเป็นแบบไหน เพื่อที่จะได้ทำการเลือกใช้แป้งที่มีความเหมาะสมกับผิวของตัวเอง ดังต่อไปนี้

ผิวที่เป็นสิวง่าย ควรเลือกใช้แป้งที่สามารถช่วยดูดซับความมัน และมีส่วนผสมที่ช่วยในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เช่น คาโมมายด์ และอันโลทิน เพื่อช่วยในการป้องกันการอุดตันของรูขุมขน และสิว สำหรับคนที่กำลังเป็นสิวอยู่ ควรหลีกเลี่ยงแป้งผสมรองพื้น ซึ่งมักที่จะตกค้างอยู่ในรูขุมขนจนทำให้เกิดการอุดตัน เนื่องจากทำความสะอาดออกได้ยากกว่าแป้งฝุ่นธรรมดา

ผิวธรรมดา สามารถเลือกใช้แป้งได้ทุกประเภท แต่ควรใช้ในปริมาณที่ไม่มาก เพราะถ้าหากใช้มากไปก็อาจทำให้เกิดสิวขึ้นจากการอุดตันได้เช่นกัน

ผิวแห้ง สำหรับคุณสาวๆที่มีผิวแห้ง ควรทามอยเจอร์ไรเซอร์ก่อนทำการทาแป้ง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้หลังทาแป้งแล้วผิวแห้งจนเกินไป และไม่ควรเลือกใช้แป้งที่มีคุณสมบัติในการดูดความชื้น ซึ่งจะทำให้ใบหน้ายิ่งแห้งมากขึ้น

ผิวที่แพ้ง่าย ควรเลือกใช้แป้งแบบ Loose Powder หรือแป้งฝุ่น แป้ง cho ที่มีลักษณะเหมือนกับแป้งเด็ก ซึ่งช่วยป้องกันการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของสิวได้ในระดับหนึ่ง

ผิวมัน ไม่ควรใช่แป้งเด็ก เนื่องจากในแป้งเด็กมีสารที่ป้องกันความอับชื้น ซึ่งทำให้ใบหน้าแห้ง ทำให้รูขุมขนเกิดการผลิตความมันออกมามากยิ่งขึ้น เพื่อปกป้องผิวมากขึ้นเพื่อทดแทนความชื้นที่สูญเสียไป

2. เลือกใช้แป้งที่ไม่มีการผสมรองพื้น แป้งที่ไม่มีการผสมรองพื้นจะสามารถล้างทำความสะอาดออกจากใบหน้าได้ง่ายกว่าแป้งแบบที่มีรองพื้น จึงทำให้ไม่ค่อยเกิดการตกค้างอุดตันรูขุมขน ทำให้เกิดสิวขึ้น แต่แป้งที่ไม่ผสมรองพื้นก็มีข้อเสียเหมือนกันคือ ไม่ค่อยสามารถช่วยปกปิดร่องรอยบนใบหน้าได้เนียนเหมือนกับแป้งที่มีการผสมรองพื้น

3. บางครั้งสิวอาจเกิดขึ้นจากอาการแพ้แป้ง เนื่องจากส่วนผสมของแป้งแต่ละชนิด แต่ละยี่ห้อจะไม่เหมือนกัน สำหรับบางคนก็อาจจะเกิดโอกาสแพ้แป้งบางชนิดได้เช่นกัน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดสิวอักเสบขึ้น พร้อมกับอาการผด ผื่น คัน ถ้าหากมีอาหารในลักษณะดังกล่าว นั่นหมายความว่า คุณสาวๆ กำลังเกิดอาการแพ้ และควรหยุดใช้แป้งดังกล่าวสักพักเพื่อดูว่าอาการดีขึ้นหรือไม่

4. ควรเลือกใช้แป้งแต่งหน้าที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน แป้งแต่งหน้าชนิดที่โปร่งแสง (Translucent Powders) มักที่จะมีส่วนผสมของน้ำมันอยู่ด้วย เพื่อช่วยทำให้สีผิวดูสดใสมากยิ่งขึ้น แต่เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสิวขึ้น ดังนั้น ควรเลือกแป้งแต่งหน้าที่มีส่วนประกอบของ Walnutshell หรือ Talc ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในแป้งที่ใช้สำหรับเด็กทารก
วิธีการทาแป้งอย่างถูกวิธี เพื่อให้ใบหน้าห่างไกลจากสิว แป้ง cho.